General

เคลียร์ชัด! เปิด 5 ข้อสรุป ‘ตำรวจ-แบงก์’ ถกแก้เงินหาย ย้ำทุกท้องที่ต้องรับแจ้งความ


เคลียร์ชัด! “พ.ต.อ.กฤษณะ” เปิด 5 ข้อสรุป “ตำรวจ-ธนาคาร” ถกแก้เงินหายจากบัญชี ย้ำทุกท้องที่ต้องรับแจ้งความคดีที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้ได้รับความเสียหาย ถูกหักเงินออกจากบัญชีของธนาคาร บัตรเดบิต และบัตรเครดิต โดยที่เจ้าของไม่ทราบหลายครั้ง และมีการประชุมหารือระหว่าง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

เงินหายจากบัญชี

มีข้อสรุปการดำเนินการดังนี้

1. ในขณะนี้ได้รับรายงานจากทางสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย เบื้องต้นบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบจำนวน 5,700 ใบ และบัตรเดบิต จำนวน 4,800 ใบ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

2. เฉพาะผู้เสียหายจากกรณีนี้ ทางธนาคารที่เกี่ยวข้องจะรับเป็นตัวแทนผู้เสียหายมาดำเนินการร้องทุกข์กับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท) เพื่อดำเนินคดีดังกล่าวอย่างถึงที่สุด โดยที่ผู้เสียหาย ไม่ต้องมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเองแต่อย่างใด ซึ่งทางเลขาธิการสมาคมธนาคารไทยได้กล่าวว่าขอให้ผู้เสียหายแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัญชีที่ได้รับความเสียหาย

จากนั้นทางธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนว่าบัญชีนั้น ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดจริงในกรณีนี้ และจะติดต่อกลับเพื่อคืนเงินในส่วนที่ได้รับความเสียหายภายใน 5 วันหลังจากตรวจสอบเสร็จ สำหรับผู้ที่แจ้งความร้องทุกข์ไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานไปยังธนาคารที่เกี่ยวของเพื่อดำเนินคดีและให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาต่อไป

เงินหายจากบัญชี

3. ได้มีการจัดตั้งตัวแทนผู้ประสานงาน (Contact person) ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินคดี รวมถึงการเยียวยา เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

4. ขอฝากเตือนไปยังผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชี ซื้อขายบัญชี หรือบัญชีม้า ว่าหากมีการนำบัญชีไปใช้กระทำความผิด ท่านจะมีความผิดในฐานะการเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด มีโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นๆ และยังเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-200,000 บาท ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

5. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ รับแจ้งความคดีที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้) และดำเนินการเบื้องต้นไม่ว่าจะเป็นการลงบันทึกประจำวัน สอบปากคำ ออกเอกสารเพื่อขอพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

เงินหายจากบัญชี

“นายกรัฐมนตรี” กำชับ!

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใย และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สนองนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ประชุมหารือร่วมกับหลายฝ่าย เพื่อร่วมกันวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

“จากกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลกระทบร้ายแรง กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว และเป็นภัยที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด จึงขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังและใช้วิจารณญาณในการทำธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ทันกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ” รองโฆษก ตร. กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม