General

‘นายกฯ’ ปลื้ม หลายดัชนี ยืนยัน ไทย หนึ่งในประเทศ ‘ระบบสาธารณสุข’ ดีสุดในโลก

โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” ปลื้ม หลายดัชนียืนยัน ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่มี “ระบบสาธารณสุข” ที่ดีที่สุดในโลก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงของการระบาดของโควิดที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่รายงานดัชนีความมั่นคงทางด้านสาธารณสุข หรือมีการจัดอันดับหลายแห่งที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย เป็น 1 ในประเทศ ที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

IMG 20211007161158000000

อาทิ ในช่วงต้นของการแพร่ระบาด มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ และองค์กร Nuclear Threat Initiative รายงานดัชนีความมั่นคงทางด้านสุขภาพ เมื่อปี 2562 พบว่า ไทยอยู่ในอันดับ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 13 ประเทศ ที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดมากที่สุด

ล่าสุด เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นิตยสาร CEO World Magazine นิตยสารสำหรับแวดวงธุรกิจได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับดัชนีระบบบริการสุขภาพ ประจำปี 2564 (Health Care Index) โดยไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 13 จาก 89 ประเทศทั่วโลก หรือเป็นอันดับที่ 4 ของทวีปเอเชีย รองจาก เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น  ทั้งยังเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน ด้วยคะแนน 59.52

ทั้งนี้ ไทยมีความโดดเด่นที่สุดในเรื่อง ความพร้อมของยาที่จะให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบบริการสุขภาพ

นายธนกร กล่าวว่า ดัชนีระบบบริการสุขภาพ มีปัจจัยที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์หลักๆ 5 ปัจจัย โดยไทยได้รับคะแนนในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้

โครงสร้างพื้นฐานของระบบบริการสุขภาพ (Infrastructure) ได้รับ 98.7 คะแนน
บุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์, พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุข หรือ Professionals) ได้รับ 29.05 คะแนน
ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อปี (Cost) ได้รับ 94.99 คะแนน
ความพร้อมของยาที่ให้บริการ (Medicine Availability) ได้รับ 98.74 คะแนน
ความพร้อมของรัฐบาล (Government Readiness) ได้รับ 96.1 คะแนน

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่นำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ร่วมกันอีก ได้แก่ สภาพแวดล้อม, การเข้าถึงน้ำสะอาด, สุขอนามัย, การเตรียมความพร้อมของรัฐบาล เกี่ยวกับการกำหนดบทลงโทษจากความเสี่ยง อาทิ การใช้ยาสูบ และโรคอ้วน

IMG 20210929163932000000 1

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณ และชื่นชมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เอาใจใส่ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานและประโยชน์สุขของประชาชน ส่งผลให้มีเสียงสะท้อนที่ดี จากพัฒนาการ และความพร้อมของระบบบริการสุขภาพของไทย ซึ่งรัฐบาลได้วางนโยบายด้านสุขภาพ และเตรียมความพร้อมเพื่อสุขภาพอนามัยในการดำรงชีวิตที่ดีของประชาชนไทย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายสาธารณสุข ที่มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ อาทิ ยกระดับระบบบริการสุขภาพขั้นปฐมภูมิและ อสม. ให้คนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน

พัฒนาระบบบริการสุขภาพขั้นทุติยภูมิ ให้เป็นจุดเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพในกลุ่มเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ และประชาชนสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง

พร้อมเชื่อมั่นว่า ผลจากการจัดอันดับ ดัชนีระบบบริการสุขภาพ ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ภายในปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพในเชิงการท่องเที่ยว ต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ

อ่านข่าวเพิ่มเติม