General

เข้าใจตรงกันนะ!!สรุปทุกเรื่องต้องรู้ ‘กัญชา กัญชง กระท่อม’ ป้องกันผิดกฏหมาย


กฎหมายใหม่ “กัญชา กัญชง กระท่อม” รวมสาระสำคัญต้องรู้ อะไรยังเป็นข้อห้าม ปิดกฏหมายในแต่ละชนิด 

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปสาระสำคัญกฎหมายใหม่เกี่ยวกับ กัญชา กัญชง และกระท่อม เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ ดังนี้

กัญชา กัญชง กระท่อม

ปัจจุบัน กัญชา กัญชง กระท่อม ได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ตามแนวนโยบายของรัฐบาล แต่การใช้ประโยชน์จากพืชทั้ง 3 ชนิดนี้ ยังมีข้อจำกัดบางประการ

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์กับประชาชนผู้บริโภคที่จะนำไปใช้ได้แต่ด้านที่เกิดประโยชน์ของพืชแต่ละชนิด โดยปัจจุบันกัญชา กัญชง ยังคงถูกควบคุมเป็นยาเสพติดอยู่

ในปี 2563 กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศ ที่ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยแยกกัญชงออกจากกัญชา เพื่อลดระดับการควบคุมกัญชาและกัญชง ให้สามารถนำมาใช้ในทางอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ได้

ตามประกาศนี้ สิ่งที่ยังถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 มีเพียง ช่อดอกของกัญชงและกัญชา และเมล็ดกัญชา ส่วนเมล็ดกัญชง ใบจริง กิ่งก้าน ราก เปลือก ลำต้น เส้นใย กากจากการสกัดไม่ถือเป็นยาเสพติด สารสกัด CBD หรือน้ำมันกัญชา ที่มีค่า THC ไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถือเป็นยาเสพติด

ยิ่งยศ เทพจำนงค์12764
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับเงื่อนไขสำคัญ คือ พืชกัญชาและกัญชง ที่จะไม่ถือว่าส่วนต่าง ๆ เป็นยาเสพติดนั้น ต้องได้รับอนุญาตให้ปลูกอย่างถูกต้องในประเทศ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7

ดัวนั้น หากจะใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาจากกัญชา กัญชงได้ ต้องดูว่าผลิตภัณฑ์นั้น ได้รับอนุญาตให้ผลิตขึ้นมาอย่างถูกต้องหรือไม่ เช่นใบกัญชา กิ่งก้าน เส้นใย ตรวจดูจากสำเนาใบอนุญาต ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนไทย น้ำมันกัญชาตรวจดูเครื่องหมายทะเบียนยาของกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ หากเป็นผลิตภัณฑ์ทางยา จะต้องมีใบรับรองของแพทย์ ให้ใช้เพื่อรักษาโรคเท่านั้น

ส่วนการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์หรือยาที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชงจากต่างประเทศ ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด การปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น เป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น ยังไม่มีกฎหมายรองรับ

กระท่อม 1

ในส่วนของพืชกระท่อม ได้ถูกยกเลิกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยสามารถใช้ด้วยการเคี้ยวใบ การต้มทำน้ำกระท่อม หรือชากระท่อมดื่มได้ตามวิถีท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 424/2564 ซึ่งยังห้ามใช้กระท่อมเป็นส่วนผสมของอาหาร จึงยังไม่สามารถนำมาประกอบอาหาร หรือต้มน้ำกระท่อมขายในเชิงอุตสาหกรรมได้ เพราะยังเป็นความผิดตามกฎหมายอาหารและยาอยู่

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2.64 มีแนวทางการควบคุมที่สำคัญ คือ ป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนเข้าถึงพืชกระท่อม แต่ยังไม่ออกมาใช้บังคับ

“ขอให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง ช่วยดูแลตักเตือนอย่าให้เด็กและเยาวชน ใช้พืชกระท่อมหรือน้ำกระท่อม เพราะอาจมีผลต่อจิตประสาทได้ จนกว่าจะมีกฎหมายเฉพาะออกมาใช้บังคับ ซึ่งคาดว่าจะออกมาเร็ว ๆ นี้”พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม