ดูหนังออนไลน์
General

‘รองผบช.น.’ แจงภาพปืนจ่อหัวผู้ชุมนุมเป็นยุทธวิธีระดับสากล ไม่ได้ใช้กระสุนจริง

ตำรวจแจงภาพปืนจ่อหัวผู้ชุมนุมเป็นยุทธวิธีระดับสากล แค่ต้องการตักเตือนผู้ชุมนุมให้กลับเคหะสถาน ยืนยันไม่ได้ใช้กระสุนจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีวานนี้ (1 ส.ค.) มีการชุมนุมกันของกลุ่มผู้ชุมนุมทั่วพื้นที่ กทม. ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชน จนทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ และทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและมีการควบคุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมไปจำนวนมากนั้น

ตำรวจ
ล่าสุดที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษก บชน. เปิดเผยว่า เบื้องต้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมผู้ชุมนุมได้จากที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 10 คน และเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมชุมนุมได้อีก 1 คน ในบริเวณพื้นที่การชุมนุมเนื่องจากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยนำตัวผู้ต้องหาทุกคนไปควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) จ.ปทุมธานี และที่ห้องควบคุมผู้ต้องหากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส) กรุงเทพมหานคร

โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมตัวได้ ซึ่งหากการสอบสวนเสร็จสิ้นภายในวันนี้จะมีการฝากขังผ่านระบบ video conference แต่หากไม่ทันก็จะเลื่อนออกไปเป็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บโรคติดต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายข้อหาซึ่งแตกต่างกันออกไปตามแล้วแต่กรณี

ตำรวจ

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เมื่อวานนี้มีจำนวน 13 นายนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาสิ่งของของประทัดจากกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงการปะทะระหว่างการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่

ยุทธวิธีระดับสากล

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนและยุทธวิธีในระดับสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก จากภาพคลิปวีดีโอและภาพนิ่งตำรวจมีหลักฐานยืนยันด้วยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการยั่วยุทำลายทรัพย์สินของราชการและลุกลามเข้ามาในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ก่อน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอน

ส่วนกรณีที่มีภาพของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อศีรษะผู้ชุมนุมที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์บนถนนวิภาวดีรังสิตนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นยืนยันว่า กรณีดังกล่าว เป็นรูปแบบทางยุทธวิธีที่เรียกว่า cover and contact ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ต่างประเทศใช้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการตักเตือนผู้ชุมนุมให้กลับเคหะสถาน ซึ่งลักษณะก็ต้องปฏิบัติไปตามยุทธวิธี คือระหว่างที่มีเจ้าหน้าที่ไปเจรจา พูดคุยก็ต้องมีอีกคนคอยคุมกันอยู่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวกลุ่มผู้ชุมนุมกระจายตัวออกจากพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ชุมนุมบางคนอาจเป็นภัยคุกคามหรืออาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ได้

ตำรวจ

ใช้กระสุนยาง

“โดยอาวุธปืนที่ใช้กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการติดสติ๊กเกอร์เป็นสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเจนว่ากระสุนที่ใช้เป็นกระสุนยาง อีกครั้งเหตุการณ์ในภาพดังกล่าวไม่ได้มีการยิงผู้ชุมนุมที่ปรากฏในภาพ แต่ได้ทำการตักเตือนและไล่ให้ออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้มองว่าลักษณะที่เกิดขึ้นในภาพไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะสถานการณ์ในขณะนั้นค่อนข้างเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุม” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมอ้างว่ามีการใช้กระสุนจริงนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยืนยันได้ว่า บช.น. ได้กำชับและตรวจสอบถ้าไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์นำอาวุธชนิดอื่นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดเข้าไปใช้ในการปฏิบัติงานเด็ดขาด นอกจากก๊าซน้ำตา อาวุธปืนลูกซองกระสุนยาง ปืนยิงตะข่ายควบคุมตัว และโล่กระบอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม