ดูหนังออนไลน์
General

นอนคุก! ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ วืดประกันตัว ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง เจอ ‘ดาราดัง’ ตกเป็นเหยื่อด้วย

“ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ประธานโครงการคืนคุณธรรมแผ่นดิน วืดประกันตัว คอตกนอนเรือนจำ ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง ขณะทนายดัง เตรียมนำเหยื่อร้องอายัดทรัพย์  พรุ่งนี้ เผย “ดาราดัง” โดนด้วย 49 ล้านบาท

วันนี้ (18 พ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังจาก ร.ต.อ.เจษฎา เหมโก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน มูลค่าเสียหายกว่าพันล้านบาท  ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์นั้น

ต่อมาทนายความของนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสดจำนวน 400,000 บาทขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ความเสียหายมีจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา จะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ต่อมา ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจ บก.ปอศ. ได้คุมตัวนายประสิทธิ์ ไปฝากขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภายหลังศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว  โดยนายประสิทธิ์สวมหน้ากากอนามัยสีขาว และเสื้อยืดสีขาว เดินออกมาพร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า ถึงตัวจะโดนขัง แต่หัวใจ และอุดมการณ์ยังคงอยู่

นายประสิทธิ์ ยืนยันด้วยว่ามีหลักฐานหนังสือการแจ้งความเอาผิด คนที่โกงเงินตัวเองไปก่อนจะขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป

วันเดียวกันนี้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ทนายความชื่อดัง ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า จะนำผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง ในคดีของนายประสิทธิ์  ประมาณ 300 คน เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (เมืองทองธานี) ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ มีดาราดังช่องหลายสีรวมอยู่ด้วย โดยมูลค่าเสียหายเฉพาะดารา 49 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 209,132,027.31 บาท

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายจะยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ติดตามเร่งรัดคดี และออกคำสั่งไปยังกองบังคับการปราบปราม ยึดอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการฉ้อโกงประชาชนทั้งหมด เพื่อนำมาคืนให้กับผู้เสียหาย เนื่องจากกังวลว่า หากเนิ่นนานจะไม่ได้ทรัพย์คืน

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก

ย้อนรอยพฤติกรรมฉ้อโกง “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก”

ทั้งนี้ คำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์ของนายประสิทธิ์ โดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2563-17 กุมภาพันธ์ 2564 นายอติชาติ เลาหะพิบูลกุล ผู้เสียหายกับพวกรวม 19 คน ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัท วีเลิฟ ยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 ที่โรงแรมทริปเปิ้ลวาย ศูนย์การค้าสามย่าน ย่านมิตรทาวน์ โดยมีผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประธานบริษัทฯ และเป็นประธานโครงการคืนคุณธรรม กับพวกร่วมกันประกาศโฆษณาเชิญชวน ให้ประชาชนมาร่วมลงทุนธุรกิจซื้อขาย และเช่ากระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านบริษัทดังกล่าว โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เพียงแต่รอรับเงินปันผลในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้นโดยมีฐานลูกค้ากว่า 1 แสนราย

ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน โดยให้ผู้เสียหายเข้าไปเลือกสินค้าจากเว็บไซด์ CRABYBRANDNAME.COM ซึ่งจะมีภาพกระเป๋าแบรนด์เนม หลากหลายยี่ห้อ พร้อมราคาสินค้า แล้วเลือกสินค้าได้หลายชิ้นตามที่ต้องการลงทุน ชำระเงินได้หลายช่องทาง เช่น จ่ายเป็นเงินสด ผ่านบัตรเคดิต หรือ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ หลายแห่ง หรือชำระเป็นทองคำ

เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะมีสัญญาที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้จากเว็บไซต์ของร้าน และจะได้รับใบเสร็จรับเงิน หลังจากผ่านขั้นตอนการลงทุนเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับผลตอบแทน ทุกวันที่ 30 ของเดือน

แต่ปรากฏว่า มิได้มีการจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาตกลงกันไว้ ผู้เสียหายได้ทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ แต่เริ่มติดต่อได้ยากขึ้น จึงเชื่อว่า ถูกหลอกลวง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าบริษัทดังกล่าวไม่พบว่ามีการลงทะเบียนทางศุลกากรจริง และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 21,583,846 บาท ผู้เสียหายจึงแจ้งความร้องทุกข์

ต่อมาพนักงานสอบสวน ปอศ. ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ซึ่งได้ออกหมายจับนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา ที่ จ.749/2564 และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 นายประสิทธิ์ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ปอศ. จึงแจ้งข้อหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงิน เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343 วรรคแรก, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ 2527 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก

เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน และเขตห้วยขวาง กทม.เกี่ยวพันกัน โดยในยชั้นสอบสวนนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องรอสอบปากคำพยานบุคคลอีก 30 ปาก รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา และอื่นๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 พฤษภาคมนี้

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน และขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้

อีกทั้งมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก และทางการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้บงการ รวมทั้งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร และมีอำนาจจัดการในบริษัทต่าง ๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้

การปล่อยชั่วคราวอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี รวมทั้งอาจทำให้ประชาชน ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายในคดีนี้เกิดความสับสน เนื่องจากผู้ต้องหาได้ติดต่อ หรือชักจูงให้สัญญากับผู้เสียหายว่า สามารถนำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายได้

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม