ดูหนังออนไลน์
General

เปิด 9 ข้อ ‘ตำรวจ’ ห้ามโซเชียล ‘ผบ.ตร.’ เข้มรักษาภาพลักษณ์องค์กร

“ผบ.ตร.” เปิด “โครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ” กำหนด 9 ข้อห้ามทำบนโลกโซเชียล ชี้ ต้องใช้สื่ออย่างเหมาะสม และมีประโยชน์ ไม่กระทบภาพลักษณ์องค์กร 

วันนี้ (11 มี.ค.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอตสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรถนะ หัวหน้าจเรตำรวจ ร่วมกันแถลงเปิดตัว “โครงการจัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ”

soo

โครงการดังกล่าว เป็นการกำหนดแนวทาง และให้คำแนะนำ ต่อข้าราชการตำรวจทุกระดับ เพื่อให้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเกิดประโยชน์ และใช้อย่างถูกต้อง หลังพบว่า มีข้าราชการตำรวจใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสม เช่น ล้อเลียน กลั่นแกล้ง หรือ แสดงกิริยาขบขันจนเกินขอบเขต ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือจากสังคม

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ตำรวจใช้สื่อออนไลน์ละเมิดบุคคลอื่น หรือกระทำผิดกฎหมาย จนเกิดความเสียหายขึ้น ทั้งในรูปแบบของประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ ข้อความ รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว

การกำหนดแนวทางข้างต้น แบ่งออกเป็นการให้คำแนะนำถึง  9 ประเภทข้อมูลข่าวสารสื่อโซเชียล ที่ตำรวจไม่ควรเผยแพร่ และ 5 ประเภทข้อมูลข่าวสารสื่อโซเชียลที่ตำรวจควรทำ

9 ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่

  • ข้อมูล ข่าวสารที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  • ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • ข้อมูลที่มีเนื้อหาลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
  • ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้
  • ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร ทั้งของราชการ และบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใด ๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร
  • ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง ในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
  • ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคม หรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจ โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน
  • ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคาม ต่อระบบสารสนเทศ และเครือข่าย ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือมัลแวร์ทุกประเภท
  • ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม

5 ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรเผยแพร่

  • คำแนะนำความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อตักเตือนประชาชน ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน
  • ข้อมูลข่าวสารชี้แจงประชาชน กรณีมีการบิดเบือน เพื่อชี้แจงภาพลักษณ์ที่ดี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของโฆษก หรือผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ
  • ผลงาน ผลการปฏิบัติงานของหน่วย ภายใต้กรอบปฏิบัติการแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนของตำรวจ
  • ข่าวสารข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ที่ไม่ขัดต่อจริยธรรม และจรรยาบรรณตำรวจ ไม่ผิดระเบียบ กฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด
  • การเพิ่มช่องทางรับฟัง รับข่าวสารเบาะแสจากประชาชน

ทางด้าน พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงโทษใคร ยืนยันว่า ตำรวจมีสิทธิ์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ แต่ต้องตามมาด้วยความรับผิดชอบ และหน้าที่ เพราะตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาน้องๆ อาจถ่ายคลิปตลกขบขัน ก็เป็นสิทธิ์

“กรณีแต่งนอกเครื่องแบบอยู่ที่บ้าน แล้วใช้โซเชียล ต้องให้ใช้วิจารณญาณ เรื่องนี้ไม่มีถูกผิด แต่ต้องเข้าใจจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จะใส่ หรือไม่ใส่เครื่องแบบ แต่เป็นตำรวจ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ถอดเครื่องแบบไปเต้นอะไรก็ได้ มันไม่งดงาม”

อ่านข่าวเพิ่มเติม