General

สปสช.เร่งขยายสถานพยาบาลทดแทน ตั้งเป้า 500 แห่งใน 1 เดือน


สปสช. รับมือสถานการณ์ หลังยกเลิกสัญญาคลินิกชุมชนอบอุ่น ระดมทีมงานลงพื้นที่แก้ปัญหาหน้างาน พร้อมตั้งเป้าขยายหน่วยบริการปฐมภูมิ รองรับผู้ได้รับผลกระทบ 500 แห่งใน 1 เดือน และเปิดให้ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการภายใน 2 เดือน

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เพื่อรองรับสถานการณ์หลังจาก สปสช.ยกเลิกสัญญากับคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. ที่มีปัญหาการเบิกจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพนั้น

สปสช 01 01 scaled e1601790889706

 

สปสช.ได้ระดมทรัพยากรจากทุกหน่วยงานในสังกัดมาสนับสนุนภารกิจนี้ เพื่อให้มีบุคลากรเพียงพอ ในการลงพื้นที่ และแก้ปัญหาหน้างาน โดยตั้งเป้าว่า จะระดมกำลังเร่งรัดขยายหน่วยบริการ หรือสถานพยาบาลปฐมภูมิ และคลินิกเอกชน มารองรับประชาชนให้ได้ไม่ต่ำกว่า 500 แห่ง ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ และจะเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนภายใน 2 เดือน

การขยายหน่วยบริการปฐมภูมิในขณะนี้ สปสช.เน้นในลักษณะของเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่มีหน่วยบริการหลากหลายประเภท ที่ตอบสนองความต้องการรับบริการสาธารณสุขของคนในพื้นที่ กทม. โดยจะมีทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิเต็มเวลา และหน่วยบริการร่วมให้บริการทั้งใน และนอกเวลาราชการ ในรูปแบบของ คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกพยาบาล คลินิกกายภาพ คลินิกแพทย์แผนไทย ร้านขายยา ขย.1 ศูนย์บริการคนพิการ การฟื้นฟูคนพิการ การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค เป็นต้น โดยเน้นเป็นเครือข่ายใกล้บ้าน และสามารถให้บริการในเวลาที่ประชาชนสะดวก เช่น หลังเลิกงาน

สำหรับภาพรวมการใช้บริการของประชาชนสิทธิบัตรทอง ในหน่วยบริการเอกชนทั้ง 108 แห่ง ที่ถูกยกเลิกสัญญาไปนั้น แบ่งเป็น เคยใช้บริการแบบผู้ป่วยนอก 306,016 คน หรือ 27% ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 143,525 คน หรือ 13%  ผู้ป่วยกลุ่มนี้ สปสช.ดูแลให้ได้รับการรักษาต่อเนื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนัดพบแพทย์และการรับยาต่อเนื่อง และ 108 หน่วยบริการที่ถูกยกเลิกล็อตล่าสุด ไม่มีผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง หรือเร่งด่วน เช่น ผู้ป่วยไต หรือ ผู้ติดเชื้อ HIV

“ทั้งนี้ สปสช.ขอย้ำว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกหน่วยบริการในเขต กทม. จะได้รับสิทธิพิเศษ สามารถเข้ารักษาได้ทุกที่ โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือขอใบส่งตัว ขณะเดียวกัน กทม. ยังได้จัดทำเว็บไซต์ ให้ประชาชนตรวจสอบว่าตนเองได้รับผลกระทบหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้มาตรวจสอบรายชื่อตนเองแล้ว 3,498 คน”

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า สปสช.ยังได้ทำงานเชิงรุกในการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ชี้แจงประชาชนตามชุมชนต่างๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ไปประจำยังจุดสำคัญๆ ที่ประชาชนจะมาติดต่อ เช่น สำนักงานเขตของ กทม. ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาติดต่อสอบถาม หรือขอย้ายหน่วยบริการประจำ

สำหรับการชี้แจงข้อมูลในชุมชนนั้น สปสช.ได้จัดประชุมร่วมกับประธานอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ทุกเขตใน กทม. เพื่อเชื่อมประสานข้อมูล กับผู้นำชุมชนในทุกเขต

ขณะเดียวกันยังมีทีมงานลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจและแนะแนวทางปฏิบัติตามชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก เช่น พื้นที่เขตยานนาวา และคลองสามวา

อ่านข่าวเพิ่มเติม