ดูหนังออนไลน์
General

‘ณัฏฐพล’ ลั่น แก้ปัญหาไม่ได้ ตั้งกรรมการคุม ‘สารสาสน์ราชพฤกษ์’ ทันที

“ณัฏฐพล” จ่อตั้งคณะกรรมการฯ เข้าควบคุม “สารสาสน์ ราชพฤกษ์” หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่รับปากปิดโรงเรียนหรือไม่ พร้อมสั่ง “สช.” สำรวจใบวิชาชีพ “ครูพี่เลี้ยง-ต่างชาติ” โรงเรียนเอกชน 

วันนี้ (29 ก.ย.)  นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึง กรณีความรุนแรงการทำร้ายเด็กเล็ก ในโรงเรียน สารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทาง นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เร่งแก้ปัญหาทุกเรื่องที่เกิดขึ้น

สารสาสน์

การตรวจสอบพบว่า มีประเด็นปัญหาใน 3 เรื่องหลักๆ คือ

  • การทำร้ายเด็ก

ถือว่าผิดกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า การลงโทษนักเรียน ที่สามารถปฏิบัติได้ คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หากสถานศึกษาใด หรือบุคลากรในสถานศึกษาได้กระทำการลงโทษนักเรียนนอกเหนือจากนี้ ถือว่าเป็นการละเมิดนักเรียน และต้องพิจารณาลงโทษบุคลากรเหล่านี้ ตามระเบียบ และกฎหมาย

  • พี่เลี้ยงเด็ก

ซึ่งมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า ไม่มีหน้าที่สอนหนังสือเด็ก และหากให้มาสอนหนังสือ จะถือว่าเป็นการกระทำผิด

ข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า ทางโรงเรียนมอบหมายให้พี่เลี้ยงเด็กให้ทำการสอน ซึ่งหากเป็นจริงจะมีความผิดทางอาญา โดยคนสอนมีโทษจำคุก 2 ปี ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนมีโทษจำคุก 3 ปี

  • การเก็บค่าธรรมเนียม

ต้องเป็นไปตามการข้อกำหนดที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศไว้

นายณัฏฐพล ระบุด้วยว่า สำหรับกรณีที่โรงเรียน เปิดรับนักเรียนห้อง EP เกินจำนวนนั้น ตามหลักการขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา ของโรงเรียนเอกชนนั้น ผู้ขอใบอนุญาตจัดตั้ง จะต้องยื่นสถานที่จัดตั้ง จำนวนห้องเรียน ชั้นเรียน จำนวนนักเรียน จำนวนครูผู้สอน หลักสูตรให้ชัดเจน และเป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ ถึงจะออกใบอนุญาตจัดตั้งให้ ดังนั้น กรณีนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ก็หาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

“ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กช. ติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มงวด และช่วยเหลือเยียวยาเด็ก และผู้ปกครอง ซึ่งหากโรงเรียนดังกล่าว แก้ไขให้ถูกต้องไม่ได้ ก็อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุม เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง และการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ”

ส่วนเรื่องของใบประกอบวิชาชีพครู ต้องไปพิจารณาดูว่าครูในโรงเรียนดังกล่าว มีใบประกอบวิชาชีพครูหรือไม่อย่างไร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างคุรุสภา ต้องเร่งตรวจสอบ

สารสาสน์

นอกจากนั้น การติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกห้อง เรื่องนี้ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน เนื่องจากเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก และตามหลักสากลจะไม่มีติดตั้งกล้องวงจรดังกล่าว แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศร่วมด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเครือสารสาสน์นั้น ตนเองได้ติดตามทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนมา และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เข้าไปตรวจสอบ รวมถึงจะต้องไปพูดคุยกับผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน

ส่วนการจะปิดโรงเรียนหรือไม่ คงต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของครูที่ไม่เกี่ยวข้อง และเด็กที่ไม่ได้ถูกกระทำ อาจจะทำให้การเรียนไม่ต่อเนื่อง

กลุ่มโรงเรียนสารสาสน์มีสาขาทั่วประเทศ 42 โรงเรียน มีการร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนดังกล่าวเข้ามาทาง สช. ประมาณ 34 โรงเรียน ซึ่งปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามา ได้แก่ การเก็บเงินนอกเหนือจากระเบียบที่กระทรวงศึกษาอนุญาต การจ้างครูสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ การลงโทษนักเรียน และอื่นๆ อีกหลายปัญหา ซึ่งตนได้กำหนดเป็นนโยบายให้ สช.ไปตรวจสอบให้ครบถ้วน เพื่อให้กลุ่มโรงเรียนสารสาสน์ ปฏิบัติให้ถูกต้องในทุกประเด็น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาโดยรวมได้สั่งการให้ สช.ทำการสำรวจ และจัดระบบครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด ทั้งเรื่องครูต่างชาติ และพี่เลี้ยงเด็ก ที่จะต้องมีการจัดแยกระบบระเบียนให้ชัดเจนทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่า โรงเรียนเอกชนจะให้ความร่วมมือกับ ทางกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด

สารสาสน์

11 ข้อเรียกร้อง ผู้ปกครองให้ ‘สารสาสน์’ แก้ไขและปรับปรุง

ในการการประชุมชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ และผู้ปกครอง โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการกช. เข้าร่วมด้วยนั้น ผู้ปกครองได้ยื่นข้อเรียกร้อง 11 ข้อ

1. ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดแบบ Real time ทุกชั้นเรียนและในแง่มุมต่างๆ ของโรงเรียน ทั้งห้องน้ำ ห้องนอน ทางเดิน

2. ให้โรงเรียนตรวจสอบและชี้แจง เรื่อง การคัดกรองบุคลากรของโรงเรียน และมีการตรวจสอบวัดระดับจิตวิทยาของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ให้มีการประเมินเป็นประจำทุกๆ ปี

3. ควรจัดให้มีการประชุมผู้ปกครองทุกๆ ปีการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันทุกชั้นเรียน

4. อยากให้ทางโรงเรียนมีการชี้แจง เกี่ยวกับคุณสมบัติของครูประจำชั้น รวมถึงแต่ละวิชาด้วย

5. ให้ รร. แจ้งมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหา ปรับปรุง รวมถึงการเยียวยาจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองจากเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น ให้ทุกคนทราบอย่างโปร่งใส

6. ขอให้ปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันให้เหมาะสม และเป็นไปตามตารางที่ได้แจ้งกับผู้ปกครองมา รวมถึงระยะเวลาในการทานอาหารควรเกิน 30 นาที

7. ขอให้ชี้แจงเรื่องระบบการเรียนการสอน มาตรฐานที่โรงเรียนใช้และเรื่องการแจ้งข่าวสารกิจกรรม ควรมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์

8. ขอให้โรงเรียนปรับปรุงเรื่องความสะอาดในห้องน้ำ ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด ด่วน

9. ขอให้ทางโรงเรียนช่วยตรวจสอบมาตรฐานของรถโรงเรียน เช่น จำนวนนักเรียนต่อรถ 1 คัน เพราะปัจจุบันเด็กต้องยืนตลอดทาง ไม่ได้นั่ง เรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะผู้ปกครองหลายท่าน เจอรถโรงเรียนข้างนอกขับเร็วมาก เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กๆ

10.เรื่องการทานน้ำเเละไปห้องน้ำของเด็ก ตอนนี้มีเคสเด็กเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และท้องผูกเนื่องจากทานน้ำน้อยและเห็นว่าน้ำในกระติกน้ำแต่ละวัน แทบจะไม่ลดลงเลย ควรจัดเวลาในการกินน้ำและเข้าห้องน้ำให้เหมาะสม เช่น ทุกๆ 2 ชั่วโมง เป็นต้น

11.พิจารณาเรื่องห้องเรียน ให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team