ดูหนังออนไลน์
General

เปิดประวัติ ‘บ้านสุขาวดี’ คฤหาสน์หรูพันล้าน แลนด์มาร์คท่องเที่ยวพัทยา


“บ้านสุขาวดี” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง คฤหาสน์หรู ติดทะเล ของ “ดร.ปัญญา โชติเทวัญ”  เจ้าของ “สหฟาร์ม” บริษัทผู้ผลิต และส่งออกไก่รายใหญ่ของไทย กลายเป็นเหยื่อของพระเพลิงที่โหมกระหน่ำ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เหตุการณ์ที่ ทำให้หลายคนที่รู้ข่าวพากันใจหาย และเสียดาย กับความสวยงามของคฤหาสน์หลังนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็น หนึ่งในแลนด์มาร์ค ของพัทยา 

แนวความคิดสร้าง “บ้านสุขาวดี” เกิดขึ้นเมื่อปี 2543 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ธุรกิจน้อยใหญ่ล้มละลาย ต่างชาติเข้ามายึดธุรกิจของคนไทยไปเป็นจำนวนมาก

ดร. ปัญญา สร้างคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ขึ้นมา ท่ามกลางความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานหลายร้อยชีวิต เพื่อแสดงให้ว่าคนไทยมีความสามัคคีกลมเกลียว มีศักยภาพและศักดิ์ศรีไม่แพ้ต่างชาติ

บ้านสุขาวดีตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทหลักกิโลเมตรที่ 129 มีเนื้อที่กว่า 85 ไร่ และมีชายหาดยาว 400 เมตร ประกอบด้วยกลุ่มอาคารร่วมสมัยสีชมพู-ฟ้า ตกแต่งภายในบ้านและสวนภายนอกสวยงาม มีความหมายแฝงในเชิงนามธรรม

sukha

ความหมายของชื่อ ‘บ้านสุขาวดี’

“สุขาวดี” แปลว่า ดี ขาวดี สีของบ้าน เป็นสีชมพู และ ฟ้า

สีชมพู เป็นสีแห่งความรัก ดั่งที่ว่า “ที่ใดไร้รักสมัครสมานจะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผล” ฉะนั้นที่ใดก็ตาม ที่มีความรัก ความสามัคคี มีความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่นั่น จะคุยกันแต่เรื่องดีๆ คุยสิ่งสร้างสรรทั้งสิ้น ก็สามารถฟันธงได้เลยว่า ที่นั่นคือ ที่ที่ดี ที่เจริญรุ่งเรือง

บ้านสุขาวดี จึงใช้ “คิวปิด” หรือ เทพเจ้าแห่งความรักเป็นสัญลักษณ์

สีฟ้า ถือเป็นสีแห่งน้ำ น้ำเป็น สิ่งก่อเกิดสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลก แต่น้ำเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องศึกษาน้ำ เพราะน้ำ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกสถานะ ถ้าคนเราปรับตัวเข้ากับสังคม ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจหรือความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ เราย่อมมีความสุข แต่น้ำที่ทุกคนต้องการเหมือนๆกันกลับกลายเป็น “น้ำใจ”

บ้านสุขาวดี

อาคาร

  • อาคารประชาสัมพันธ์

เป็นที่ตั้งกองอำนวยการสำนักงานผู้บริหารโครงการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และจุดขายบัตรเข้าชมภายในบ้านสุขาวดี

  • อาคารพระแม่กวนอิม

ที่พักอาศัยของครอบครัวโชติเทวัญ ภายในมีห้องจัดเลี้ยงรับรอง ห้องอเนกประสงค์สำหรับประชุมสัมมนา 500 คน และเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพรประทับมังกร ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้

  • อาคารโดมพระ

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งพระพุทธรูปปางประสูติสูง 9.28 เมตร

บ้านสุขาวดี

  • อาคารพุทธบารมี

อาคารหอประชุมที่ตกแต่งอย่างอลังการ เช่น จิตรกรรมฝาผนังสวยงาม สร้างสรรค์โดยกรมศิลปากร พื้นปูด้วยพรมชิ้นเดียว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก  โดยอาคารหลังนี้ มีห้องประชุมสัมมนาจำนวนมาก สำหรับจัดกิจกรรมของสหฟาร์ม และบริษัทในเครือ

อาคารพุทธบารมี เคยเป็นสถานที่ต้อนรับบุคคลสำคัญ และจัดงานระดับชาติมาแล้ว ภายในยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมตกแต่งอย่างสวยงาม

  • อาคารครัวของโลก

เป็นอาคารที่มีห้องประชุมใหญ่ สามารถจุคนได้ถึง 2,500 คน ใช้แรงงานคนในการก่อสร้างถึง 2,700 คน สร้างเสร็จในเวลาเพียง 30 วัน  ภายในอาคารประกอบด้วยสัญลักษณ์ ของเกษตรกรไทยมากมาย เช่น พืชพันธุ์ ธัญญาหารต่าง ๆ และปรัชญาแนวทาง การบริหารการปกครอง

บ้านสุขาวดี

  • อาคารแปดเหลี่ยม

ศูนย์อาหาร – เครื่องดื่ม และเป็นแหล่งรวมของสินค้าของฝาก ของทะเลจากชายทะเลตะวันออก และสินค้าคุณภาพภายใต้เครื่องหมาย “HEALTH FOOD” ของสหฟาร์ม เพื่อให้เลือกซื้อ กลับบ้าน ทั่วบริเวณ บ้านยังตกแต่งด้วยสวนอันสวยงาม สระน้ำ พระบรมรูปสมเด็จพระปิยะมหาราช พระรูปกรมหลวงชุมพร เทวดาประจำตระกูลโชติเทวัญ

  • อาคารไอริสโซเฟีย

อาคารแห่งสุขภาพ – ความสวยความงาม และสินค้า O-TOP ระดับ 4 – 5 ดาวทั่วประเทศได้นำมารวบรวมไว้ที่อาคารแห่งนี้เพื่อให้เลือกซื้อหาได้ตามความพอใจ

โดนฟ้องรุกล้ำที่สาธารณะ

เมื่อปี 2561 บ้านสุขาวดี ตกเป็นข่าวใหญ่ จากการโดนฟ้องร้องถึงการรุกล้ำที่สาธารณะ โดยครั้งนั้น เทศบาลเมืองพัทยาได้ร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เข้าทำการรังวัดพื้นที่ เนื่องจากรับแจ้งว่า มีหลายส่วนที่เป็นพื้นที่ถนนสาธารณะ และพื้นที่ทะเลซึ่งมีการถมไว้

ผลการตรวจพบว่า มีการก่อสร้างอาคารทับแนวถนนที่ทะลุต่อเชื่อมกับซอยบางละมุง 8 จึงได้ออกคำสั่งให้รื้อถอน และทางบ้านสุขาวดีได้ให้ความร่วมมือดำเนินการในเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี ยังเหลือในส่วนของอาคารขนาดใหญ่ 1 อาคาร และขนาดเล็ก 2 อาคาร ที่ถูกระบุว่า สร้างอยู่บนพื้นที่ที่เป็นทะเล โดยคดีนี้ เพิ่งจะสิ้นสุดลงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งบ้านสุขาวดีถูกยกอุทธรณ์ เนื่องจาก หนังสือไม่ปรากฏการประทับตราสำคัญของทางบริษัท จึงถือว่าเป็นการอุทธรณ์ที่ไม่มีผลผูกพันกับบริษัท จึงไม่เป็นผู้อุทธรณ์ที่ถูกต้อง และผู้ร้องทั้ง 2 มิใช่ผู้รับคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทำให้คณะกรรมการอุทธรณ์ จังหวัดชลบุรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร วินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา

อ่านข่าวเพิ่มเติม