General

‘อรรถกร’ เสียดายมือทำงาน! เผย ‘ราเชน’ เลื่อนคุยปมลาออก ขอยื้อเวลาเตรียมข้อมูล

“อรรถกร” เสียดายมือทำงาน! เผย “ราเชน” เลื่อนคุยปมลาออก ขอยื้อเวลาเตรียมข้อมูลและหลักฐานให้พร้อม เพื่อชี้แจงความจริง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษก พรรคกล้าธรรม ชี้แจงกรณีร้อนที่ นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตัดสินใจลาออกจากราชการหลังถูกคำสั่งโยกย้ายฟ้าผ่า โดยระบุว่าเดิมที นายราเชน มีกำหนดเข้าพูดคุยกับตนและนายไผ่ ลิกค์ เพื่อระบายความไม่สบายใจและขอความเป็นธรรมในฐานะพี่น้องที่เคยทำงานร่วมกัน แต่ล่าสุด ได้ขอเลื่อนการพูดคุยออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าตัวต้องการเวลาเตรียมข้อมูลและหลักฐานให้พร้อมเพื่อชี้แจงความจริงต่อสังคมในทุกมิติ

อรรถกร

ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกัน นายอรรถกร แสดงความเสียดายที่ประเทศไทยต้องสูญเสียมือทำงานคนสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยยกย่องผลงานของ นายราเชน ว่ามีความประจักษ์ชัด โดยเฉพาะนวัตกรรมการเจาะช่องบรรยากาศเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 เมื่อปลายปี 2567 และภารกิจปราบลูกเห็บ ซึ่ง นายราเชน เป็นคนกล้าคิดกล้าเสนอเทคนิคใหม่ๆ การสูญเสียบุคลากรที่ทั้ง “พูดเยอะและทำเยอะ” เช่นนี้ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับกรมฝนหลวงที่มีภารกิจสำคัญต่อประชาชน

นายอรรถกร ตั้งข้อสังเกตว่าการโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นช่วงนอกฤดูกาล ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักในกระทรวงเกษตรฯ โดยเปรียบเทียบกับสมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ บริหารงาน ซึ่งมักจะให้เกียรติข้าราชการระดับหัวกะทิอยู่จนครบอายุราชการ การอ้างเหตุผลว่าใกล้เกษียณจึงต้องย้ายจึงดูไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนก็สามารถรอแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องได้

โฆษกพรรคกล้าธรรม ห่วงว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการชั้นผู้น้อยและข้าราชการอาวุโสในกระทรวง เนื่องจากนายราเชนเป็นที่ยอมรับและทำงานร่วมกับกรมอื่นได้ไร้ปัญหา หากข้าราชการที่ตั้งใจทำงานกลับต้องมาถูกโยกย้ายในลักษณะที่อาจถูกมองว่าเป็นการ “ล้างบางทางการเมือง” หรือ “การแก้แค้น” จะทำให้คนทำงานต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและระวังหลัง จนไม่สามารถทุ่มเททำงานได้อย่างเต็มที่

นายอรรถกร เผยว่าได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้ว และยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น หากพบว่าการโยกย้ายเกิดจากความอคติหรือไม่เป็นธรรม พร้อมจะใช้กระบวนการทางสภาตรวจสอบทันที ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการนัดคุยอธิบดีที่ชั้น 4 ของพรรคที่ถนนรัชดานั้น ยืนยันว่าชั้น 4 ของพรรคกล้าธรรมมีไว้สำหรับงานเอกสารเท่านั้น แต่อาจมีความเข้าใจผิดเรื่องสถานที่หรืออาคาร ซึ่งต้องรอให้นายราเชนออกมาเปิดเผยข้อมูลด้วยตัวเอง

สุดท้ายนี้ นายอรรถกร ระบุว่าต้องติดตามข้อมูลจากนายราเชนว่าจะรวบรวมหลักฐานเพื่อต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีข้าราชการได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย โดยพรรคกล้าธรรมจะทำงานคู่ขนานในการรวบรวมข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องกับข้าราชการคนอื่นๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะได้รับความเป็นธรรมคืนมาสู่คนทำงานอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้นี้

อรรถกร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo