General

23 ก.ย. นี้ ‘วันศารทวิษุวัต’ เวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน

NARIT เผยที่มา  “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันเริ่มต้นสู่ฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูใบไม้ผลิ ของหลายประเทศ 23 ก.ย. นี้ 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า 23 ก.ย. นี้ วันศารทวิษุวัต ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน

วันศารทวิษุวัต

ศารทวิษุวัต (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิ-สุ-วัด*) (Autumnal Equinox) ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน

ทั้งนี้ นับเป็นวันเริ่มต้นสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ ในทวีปเอเชียบางประเทศ ยุโรป อเมริกาเหนือ และแอฟริกาตอนเหนือ และเริ่มต้นสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศทางซีกโลกใต้ ในทวีปอเมริกาใต้บางประเทศ แอฟริกาตอนใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้

สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 06:07 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:13 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร)

การที่ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในวันดังกล่าวปรากฏไม่เท่ากัน เนื่องจากการนิยาม ดวงอาทิตย์ขึ้น–ตก นั้นอ้างอิงจากตำแหน่ง ขอบบนของดวงอาทิตย์ ที่สัมผัสกับเส้นขอบฟ้า (ไม่ใช่จุดกึ่งกลางของดวงอาทิตย์) กล่าวคือ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น จะนับเวลาเมื่อขอบบนของดวงอาทิตย์ปรากฏแตะเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และเมื่อดวงอาทิตย์ตก จะนับเวลาเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปทั้งดวงทางทิศตะวันตก รวมทั้งการหักเหของแสงในชั้นบรรยากาศ ด้วยสองปัจจัยนี้ทำให้ ช่วงเวลาที่นับว่า กลางวัน จะยาวขึ้นประมาณ 8-10 นาที (ขึ้นอยู่กับละติจูดและสภาพบรรยากาศ)

day

ในทางดาราศาสตร์ วันวิษุวัต หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่บนเส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial Equator) พอดี หากนับตามเวลาที่ จุดกึ่งกลางของดวงอาทิตย์ เคลื่อนผ่านเส้นขอบฟ้า วันดังกล่าวจะนับว่ามีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน คือ 12 ชั่วโมงพอดี

สำหรับคำว่า Equinox (อิ-ควิ-นอกซ์) มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน 2 คำ คือ aequus แปลว่า เท่ากัน และ nox แปลว่า กลางคืน ดังนั้นจึงแปลรวมกันว่า กลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน ซึ่งตรงกับคำว่า วิษุวัต (विषुवत्) ในภาษาสันสกฤต ที่แปลว่า จุดราตรีเสมอภาค เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียง ปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ เรียกว่า Vernal Equinox (วสันตวิษุวัต) และในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า Autumnal Equinox (ศารทวิษุวัต)

สำหรับปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตก ของดวงอาทิตย์ในปีนี้ คือ วันเหมายัน (Winter Solstice) ซึ่งจะตรงกับวันที่ 21 ธ.ค. 2568 เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด และกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี หรือที่คนไทยเรียกว่า ตะวันอ้อมข้าว

สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้จะมีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo