General

‘มาริษ’ เตรียมฟ้องโลก บนเวที UN ที่เจนีวาวันนี้! ปมกัมพูชาใช้โล่มนุษย์

“มาริษ” เตรียมฟ้องโลก บนเวที UN ที่เจนีวาวันนี้! ปมกัมพูชาใช้โล่มนุษย์ ขัดกฏหมายระหว่างประเทศ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายว่า กัมพูชาได้ใช้ประชาชนและพลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ที่เกิดขึ้นบริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เพื่อที่จะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงไปอีก ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ซึ่งขัดต่อความตกลงในกฎบัตรสหประชาชาติเป็นอย่างมาก

ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้ประเด็นที่หน่วยงานในพื้นที่ ต้องช่วยกันระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เพราะเมื่อมีพลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการทำงานของทางทหารก็จะยากลำบาก อาจจะนำไปสู่การสร้างความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เป็นพลเรือนในพื้นที่ก็จำเป็นจะต้องเข้ามาดูแลและแก้ไขสถานการณ์ตรงนี้

มาริษ

วันที่ 27 ส.ค. ตนจะมีโอกาสได้ชี้แจงกับที่ประชุมของ UN ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ก็จะนำประเด็นนี้ ยกขึ้นแสดงความห่วงกังวลว่าการใช้วิธีเอาพลเรือนมาเป็นตัวกดดัน สร้างความตึงเครียด หรือขยายความตึงเครียดบริเวณชายแดนมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ และเป็นการขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศกับกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนการจะกลับมายกระดับความสัมพันธ์ของไทยกับกัมพูชาได้หรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กัมพูชาจะต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพราะแม้ขณะนี้จะไม่มีการกระทบกระทั่งกันทางทหาร แต่ยังมีการใช้พลเรือนเป็นโล่มากดดัน ทำให้เรายังไม่มีความเชื่อมั่นว่ากัมพูชามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา

ดังนั้น จึงยังจะไม่มีการส่งทูตไทยกลับไปประจำที่กัมพูชา แต่ขณะนี้ก็ได้ติดตามอยู่ตลอดเวลาเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความมั่นใจ ว่าเขามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน เราก็จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพิจารณาว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรจะเป็นไปในทิศทางใด

มาริษ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนหน้านั้น มีเป้าหมายสำคัญอยู่ 2 ด้าน คือวางแนวทางที่จะเจรจากันในเรื่องของเขตแดน และต้องพูดคุยกันเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกัน

รวมทั้งเรื่องของการใช้ประชาชนและพลเรือนมากดดัน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ ดังนั้นต้องมีการพูดคุยกัน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ไทยกับกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ชายแดนติดกันมานานแล้ว ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็มีการกระทบกระทั่งการเป็นธรรมดา ดังนั้น เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้คนรุ่นหลังได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลไทยต้องการเห็นการพูดคุย และหาทางออกแบบสันติวิธี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo