General

สสจ.ระยอง แจงยิบผู้ป่วยถูกงูพิษกัด ข่าวคลาดเคลื่อนอย่างมาก

สสจ.ระยอง แจงยิบผู้ป่วยถูกงูพิษกัด ข่าวคลาดเคลื่อนอย่างมาก ยันแพทย์ตรวจเลือด-การหายใจ-เฝ้าระวังสังเกตอาการ ตามแนวทางกรมการแพทย์ ล่าสุดผู้ป่วยสัญญาณชีพปกติ

วันนี้ (8 พ.ค.) นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวถึงกรณีมีข่าวผู้ป่วยโดนงูพิษกัด แต่โรงพยาบาลให้เพียงยาปฏิชีวนะกับยาแก้ปวด และให้ผู้ป่วยกลับบ้าน รุ่งเช้าหายใจไม่ออก ลืมตาไม่ขึ้น ตรวจเลือดพบโดนงูพิษกัด ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลกับ นพ.ภัทรนนท์ บุณยอุดมศาสตร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังจันทร์ พบว่าการเสนอข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อโรงพยาบาลอย่างมาก

14 1

นพ.สุรวิทย์กล่าวว่า ผู้ป่วยชายอายุ 18 ปี รายนี้ ได้มารับบริการที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลวังจันทร์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 02.20 น. ให้ประวัติว่า ถูกงูกัดตอน 01.40 น. ไม่ทราบชนิดของงู แพทย์ตรวจพบรอยแผลถลอกที่นิ้วก้อยมือขวา ไม่บวม ไม่มีอาการของพิษทางระบบประสาทและระบบเลือด ได้ตรวจวัดสมรรถภาพการหายใจและตรวจเลือด ดูความผิดปกติที่เกิดจากพิษงู ตามแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยถูกงูพิษกัดของกรมการแพทย์ ซึ่งผลการตรวจทั้งหมดปกติ ได้ให้ผู้ป่วยนอนสังเกตอาการประมาณ 2 ชั่วโมง จนถึงเวลา 04.15 น. ยังไม่พบอาการผิดปกติ จึงให้ยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวด พร้อมทั้งอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยนัดให้มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินในตอนเช้า เพื่อติดตามอาการและตรวจเลือดดูความผิดปกติที่เกิดจากพิษงูอีกครั้ง

นพ.สุรวิทย์ กล่าวต่อว่า ช่วงเช้ามารดาสังเกตว่า ผู้ป่วยมีหนังตาตก กลืนลำบาก ดูซึมลง จึงพามาโรงพยาบาล เวลา 08.14 น. ผู้ป่วยพูดคุยได้ แจ้งว่ามีอาการปากชา ลิ้นชา ประมาณ 06.00 น. แพทย์ตรวจร่างกายพบว่า สมรรถภาพการหายใจปกติ ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดปกติ มีอาการหนังตาตก ซึ่งเป็นอาการแสดงของพิษทางระบบประสาท จึงวินิจฉัยว่า ถูกงูที่มีพิษทางระบบประสาทกัด และใส่ท่อช่วยหายใจป้องกันปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง พร้อมทั้งประสานส่งต่อโรงพยาบาลระยอง เพื่อให้เซรุ่มต้านพิษ และเข้ารับการรักษาใน ICU โดยโรงพยาบาลระยองได้ให้เซรุ่มต้านพิษทางระบบประสาท 1 โดส เมื่อ 24.00 น. คืนที่ผ่านมา

อาการล่าสุดเช้าวันนี้ (8 พ.ค.) ผู้ป่วยสัญญาณชีพปกติ ยังคงใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ในห้องไอซียูเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ โรงพยาบาลวังจันทร์จะได้มีการสื่อสารกับญาติและนายจ้างของผู้ป่วยเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo