“ดร.อนันต์” เตือน วัณโรคไร้อาการ ภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง เหตุสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ระบบสาธารณสุขในปัจจุบันมักรอให้ผู้ป่วยมีอาการก่อนจึงจะเข้ารับการรักษา
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เรื่อง วัณโรคไร้อาการ: ภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง

หากพูดถึงวัณโรค หลายคนอาจนึกถึงอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ หรือไอเป็นเลือด แต่ความเป็นจริงคือ ผู้ป่วยวัณโรคจำนวนมากกว่าครึ่งในประเทศที่มีการระบาดสูงกลับไม่แสดงอาการใดๆ เลย
นี่คือสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า วัณโรคไร้อาการ หรือ asymptomatic tuberculosis ซึ่งองค์การอนามัยโลกเพิ่งกำหนดคำนี้อย่างเป็นทางการในปี 2567
คำถามสำคัญที่นักวิจัยหลายกลุ่มต้องการหาคำตอบคือ ผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่แสดงอาการสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ และเราจะสามารถค้นพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างไร เนื่องจากระบบสาธารณสุขในปัจจุบันมักรอให้ผู้ป่วยมีอาการก่อนจึงจะเข้ารับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการมักถูกมองข้ามไป
ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาโดยใช้วิธีการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน ผ่านโครงการวิจัย XACT-3 และ XACT-19 โดยใช้รถพยาบาลขนาดเล็กที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยแบบพกพา ทั้งเครื่องเอกซเรย์และเครื่องตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วยวิธีทางอณูชีววิทยา นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคพิเศษในการเก็บและตรวจละอองไอ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

ผลการศึกษาจากการตรวจคัดกรองประชากรกว่า 2 หมื่นคน พบผู้ป่วยวัณโรคไม่แสดงอาการ 101 ราย โดยมีข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ 17% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ผลบวกในการตรวจ smear, 35% มีโพรงในปอด และ 15% มีผลบวกจากการตรวจละอองไอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ไม่มีอาการจำนวนหนึ่งสามารถแพร่เชื้อได้ แม้จะไม่มีอาการแสดงให้เห็น
งานวิจัยนี้ มีความสำคัญต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของวัณโรค เพราะช่วยให้เราเข้าใจว่าการรอให้ผู้ป่วยมีอาการก่อนจึงรักษานั้นไม่เพียงพอ การตรวจพบและรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกมีประโยชน์หลายประการ ทั้งช่วยลดการแพร่เชื้อ ลดโอกาสเกิดความเสียหายของปอดในระยะยาว และอาจช่วยให้การรักษาใช้ยาน้อยลงและมีผลข้างเคียงต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญที่ต้องศึกษาต่อไป เช่น วิธีการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดควรเป็นอย่างไร ควรใช้วิธีเก็บตัวอย่างแบบใด และสูตรยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยไร้อาการควรเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาวัณโรคจำเป็นต้องแก้ไขปัจจัยพื้นฐานทางสังคมควบคู่กันไป โดยเฉพาะความยากจน ภาวะทุพโภชนาการ และความแออัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของวัณโรค
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- วันวัณโรคสากล สธ. ลั่นยุติวัณโรค ตั้งเป้าปี 78 ลดอัตราการตาย 95% ลดผู้ป่วยใหม่ 90%
- ดร.อนันต์ เปิดสูตรวัคซีน mRNA ‘ฝีดาษลิง’ รุ่นใหม่ ป้องกัน clade 1 ได้ 100%
- สธ. ตั้งเป้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ลดความแออัดผู้ป่วยนอกของรพ. 5% ภายใน ก.ย.นี้
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx