General

คกก.โรคติดต่อฯ เคาะแนวทางคุม 4 โรคติดต่อสำคัญ เพิ่มด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแนวทางควบคุม 4 โรคติดต่อสำคัญ เตรียมจัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มเป็น 6 ล้านโดส พร้อมเห็นชอบร่างประกาศจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอีก 3 แห่ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ว่า วันนี้ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบ 2 เรื่อง คือ นโยบายและแนวทางการป้องกันควบคุมโรคติดต่อสำคัญ 4 โรค ได้แก่

โรคติดต่อสำคัญ

แนวทางป้องกันควบคุม 4 โรคติดต่อสำคัญ

1. โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ปี 2568 พบผู้ป่วยแล้ว 165,333 ราย เสียชีวิต 14 ราย อัตราป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี และเด็กเล็ก 0-4 ปี โดยระบาดเป็นกลุ่มก้อนเฉพาะในโรงเรียน ค่ายทหารและเรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ A (H1N1)

ที่ประชุมจึงได้มีนโยบายมอบกรมควบคุมโรคร่วมกับ สปสช. สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มเติม โดยจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ซีกโลกเหนือในพื้นที่ที่มีการระบาด จำนวน 6 จังหวัด (พะเยา ลำพูน เชียงราย ภูเก็ต เชียงใหม่ และกทม.) และจัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ซีกโลกใต้จำนวนเพิ่มขึ้น จาก 4.5 ล้านโดสเป็น 6 ล้านโดส

2. โรคไข้เลือดออก แม้ผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลง อัตราตายสูงสุดในกลุ่มเด็กและช่วงอายุ 40-59 ปี ซึ่งยังคงเฝ้าระวังและเร่งรัดมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับทราบความก้าวหน้าโครงการศึกษาวิจัยวัคซีนโรคไข้เลือดออก และให้ อสม. สำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งกำหนดนโยบายศึกษาเรื่องความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์จริงในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มพื้นที่นำร่อง ณ จังหวัดนครพนม ในวันที่ 4 เมษายน 2568

3. โรคฝีดาษวานร พบผู้ป่วยสะสม 873 ราย เสียชีวิต 13 ราย โดย 12 รายเป็นเพศชาย และทุกรายตรวจพบเชื้อ HIV จึงได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ คัดกรองผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ให้บุคลากรทางการแพทย์ คลินิกและโรงพยาบาล เฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งสนับสนุนการฉีดวัคซีนโรคฝีดาษให้กับกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดเสี่ยงและไทยได้รับบริจาควัคซีนมาจากสมาพันธ์ ASEAN 2,220 โดส ซึ่งกำลังแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มเสี่ยง

health

4. โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ที่นำไปสู่ภาวะตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับได้ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยที่คัดกรองพบติดไวรัสตับอักเสบ B จำนวน 290,396 ราย แต่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเพียง 34,182 ราย (13.33%) แม้ว่าจะมีการคัดกรองมากแต่ผู้ที่เข้าตรวจยืนยัน และได้รับการรักษาครบตามโปรแกรมยังน้อย จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลจากการคัดกรองและเฝ้าระวัง เพื่อให้การดูแลและรักษาเป็นไปอย่างครบวงจรก่อนส่งกลับชุมชน

ทั้งนี้ ได้กำหนดนโยบายและแนวทางการติดตามการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี อย่างเป็นระบบในลักษณะ (Care-Code-Control) (Care – ใช้ข้อมูลคัดกรองเข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง, Code – ใช้ข้อมูลดิจิทัลติดตามการตรวจยืนยันและการรักษา, Control – ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง) พัฒนาโปรแกรม Hepatitis-BC-DDC กรมควบคุมโรค เชื่อมต่อกับระบบเฝ้าระวัง โดยเน้นส่งเสริมให้ประชาชนมาตรวจยืนยันและเข้ารับการรักษาครบโปรแกรม เพื่อติดตามผู้ป่วยมารับการดูแลรักษาได้อย่างครอบคลุม และเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับในอนาคต

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือ การเห็นชอบร่างประกาศ 2 ฉบับ คือ

1. ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา (หนองเอี่ยน – สตึงบท) จังหวัดสระแก้ว ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

2. ร่างประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง การเพิ่มเติมผู้แทนหน่วยงานของรัฐในคณะทำงานประจำช่องทางเข้าออก ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ 3 ด่าน คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ด่านพรมแดนท่าลี่ จังหวัดเลย และท่าเรือปัตตานี จังหวัดปัตตานี

พร้อมกันนี้ ยังติดตามความก้าวหน้าการฉีดวัคซีน HPV ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมคิกออฟ 5 ภาค ใน 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี พิษณุโลก สุโขทัย หนองคาย มหาสารคาม ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปัตตานี ฉีดวัคซีนสะสมกว่า 7 แสนโดส ในกลุ่มเด็ก ป.5 และผู้ที่เคยรับเข็มที่ 1 มาก่อน และกำลังจะฉีดกลุ่มที่ตกค้างอายุ 11- 20 ปี อีก 2 แสนโดส โดยไปรับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแต่ละแห่งประกาศไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo