นายกฯ เร่งปราบบุหรี่ไฟฟ้า วางไทม์ไลน์ 30 วัน ลุยจับกุมผู้ขาย-ผู้นำเข้า ใช้กฎหมายเข้มงวด ลั่น ใกล้สถานศึกษา ต้องไม่มีขายให้เยาวชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra ว่าได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำลังระบาดในหมู่เยาวชน ข้อความว่า

วางไทม์ไลน์ 30 วัน ลุยจับกุมผู้นำเข้า-ผู้ขาย
การปราบบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเยาวชน-พื้นที่ใกล้โรงเรียน ต้องปราบปรามจริงจัง และใช้มาตรการกฎหมายอย่างเข้มงวด
วันนี้พูดคุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และรัฐมนตรี จิราพร ซึ่งดิฉันได้มอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก พูดคุยกันถึงมาตรการคุมเข้มและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ดิฉันขอให้ทุกฝ่ายดูแลอย่างเข้มงวด พื้นที่ใกล้โรงเรียน-สถานศึกษาต้องไม่มีการขายให้เยาวชน
นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้า และข้อกฎหมายให้กับประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง เริ่มต้นที่การจัดการกับผู้นำเข้า seal ทุกจุด และจับกุมผู้ขายอย่างจริงจัง
ซึ่งดิฉันให้ไทม์ไลน์ 30 วัน กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกรมศุลกากรในการปราบปรามอย่างเด็ดขาด
แน่นอนว่าเรื่องการปราบปรามนี้เป็นการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคนในสังคม ดิฉันจึงอยากขอความร่วมมือจากทุกคน ทุกภาคส่วน ให้ช่วยดูแลเยาวชนในสังคม หากพบเห็นการขายให้แก่เด็ก และเยาวชน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ใช้กฎหมายจัดการอย่างเด็ดขาด
ด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นมติครม. ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 โดยในส่วนของการปฎิบัติตำรวจได้มีการสืบสวนป้องกันปราบปรามมาโดยตลอด
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ 2 เรื่อง คือ การสืบสวนจับกุม การนำเข้า โดยให้ตำรวจบูรณาการกับศุลกากร ซึ่งถ้าป้องกันการนำเข้าได้ก็จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง และยังเน้นย้ำกรณีที่หลุดจากการป้องกันการนำเข้าแล้วนำมาซุกซ่อน พักพิงและจำหน่าย
ส่วนกรณีของผู้ใช้อยู่ในขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังกล่าวว่า กรณีที่มีการระบาดไปยังพื้นที่สถานศึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมาก ซึ่งขณะนี้พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมาตราการป้องกันปราบปรามของตำรวจก็เน้นไปที่สถานศึกษาด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2567 มีการจับกุมเกือบ 2,000 คดี และในปี 2568 ก็มีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนเข้ามาโดยตลอด และฝากเตือนไปยังผู้ที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีกฎหมายบังคับใช้ จริงๆมีข้อกฎหมายเรื่องนี้อยู่แล้ว หากจำหน่าย นำเข้าหรือซุกซ่อนหรือทำผิดกฎหมายมีโทษจำคุก ซึ่งตำรวจมีข้อมูลบางส่วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปราบปรามจับกุม

พบตำรวจ-ข้าราชการมีเอี่ยว เอาผิดวินัย อาญา เด็ดขาด
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า พล.ต.อ. ประจวบรับผิดชอบเรื่องจัดชุดเฉพาะกิจตรวจตรา รวมถึงมีผู้ช่วยผบ.ตร.คนอื่นๆดูแลตามที่ได้รับมอบหมาย โดยในการปฏิบัติการได้ให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาลที่เป็นชุดปฏิบัติการรับผิดชอบ เข้าไปตรวจสอบตามนโยบายและการสั่งการ โดยตนได้กำชับว่า ให้ทำอย่างเข้มข้นรอบสถานศึกษาหากพบการแอบจำหน่ายหรือมีแหล่งพักพิงต้องจับกุมทั้งหมด
ขณะเดียวกันได้เข้มข้นกับตำรวจหรือข้าราชการ หากพบมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องจะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการออกหนังสือตั้งแต่ปี 2567 พร้อมย้ำว่า ใครที่บอกว่ายังไม่มีกฎหมายจับไม่ได้นั้นไม่ใช่ เรื่องนี้มีกฎหมายชัดเจนทั้งนำเข้า ครอบครอง จำหน่าย และการใช้

ส่วนกรณีที่มีข้อสั่งการให้กลับมารายงานความคืบหน้าภายใน 15 วัน จะได้เห็นผลในด้านใดบ้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จะเห็นผลด้านการปราบปราม โดยในระยะเวลา 1 เดือนจะมีการประเมิน โดยให้น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะมีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) เพื่อหารือ และดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปราบปราม
นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องปัญหาคอลเซ็นเตอร์ โดยพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ก็ได้รายงานข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องที่กระทบความเป็นอยู่และสภาพเศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นเรื่องของสุขภาพด้วย และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘นายกฯ’ สั่งเด็ดขาด! ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ต้องหมดไป ลั่นต้องแก้กฎหมายเอาผิดให้หนักขึ้น
- นายกฯ แสดงความเสียใจ สั่งตรวจสอบสาเหตุ รถทัวร์ดูงานคว่ำ ประมาท-รถไม่ผ่านมาตรฐาน เอาผิดทันที
- คืบหน้ารถทัวร์ทัศนศึกษาดูงาน พลิกคว่ำทางลงเขาโทน ดับ 17
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/