ตำรวจเชียงใหม่ โต้ “ส.ส.ปูอัด” เรียก 4 แสนปิดคดี ท้าโชว์หลักฐาน ผลตรวจทางการแพทย์ และพยาน ไม่ใช่การสมยอม
พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก สภ. เมืองเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีที่คนสนิทของนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หรือ สส.ปูอัด พรรคไทยก้าวหน้า ได้ออกมาอ้างว่าได้มีตำรวจเรียกรับเงินจำนวน 4 แสนบาท เพื่อปิดคดี “ส.ส.ปูอัด” ข่มขืนกระทำชำเรา นักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบแล้ว โดยคดีนี้มีความละเอียดอ่อนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้นในการดำเนินคดีนี้ก็จะต้องมีความรอบคอบในการปฏิบัติ

“กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียกรับเงินนั้นถือว่าเป็นข่าวที่เสียหายมากดังนั้น ถ้าหากผู้ให้ข่าวตำรวจไปเรียกรับเงินอย่างไร ถ้ามีหลักฐานก็ขอให้มาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นได้ ขณะเดียวกันทางพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ หลังจากทราบข่าวนี้ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข่าวนี้ว่ามีผู้ใดไปเรียกรับเงินจากสส.ปูอัดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ”พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าว
พร้อมกันนี้หลังหากการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ถ้ามีตำรวจท่านใดไปเรียกรับเงิน ทางเราก็ไม่เอาไว้จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และถ้าหากมีการตรวจสอบและไม่พบว่ามีข้อเท็จจริงนี้อยู่ต้องมีผู้รับผิดชอบที่ออกมาให้ข่าวดิสเครดิตตำรวจและคณะทำงานซึ่งถือว่าก่อให้เกิดความเสียหาย ทางตำรวจก็ยอมไม่ได้เช่นกัน
พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คดีนี้หลักฐานพยานเรามีครบทุกอย่างตั้งแต่เกิดเหตุที่สาวไต้หวันมาแจ้งความก็มีการรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินการกับผู้ต้องหาไว้หมดแล้ว จนสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งตำรวจก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ต้องหาจะต้องแก้คดีด้วยการอ้างว่าสมยอมทั้งสองฝ่าย หากสมยอมจริงผู้เสียหายจะแจ้งความทำไม ทุกอย่างที่ออกจากฝ่ายผู้ต้องหาเป็นคำกล่าวอ้าง โต้ออกทางสื่อ
“คดีนี้ผู้เสียหายให้การกับตำรวจแต่แรกว่าไปเที่ยวสนุกสนาน แต่ไม่ได้ต้องการมีเพศสัมพันธ์ อย่างอื่นเราให้ข้อมูลมากไม่ได้จะกระทบสำนวนการสอบสวนตอนนี้ทีมงาน ส.ส.ประสานมามอบตัวแล้วแต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลา คาดว่าคงรอการประชุมโหวตที่สภาฯก่อนว่าผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งการทำงานตำรวจเรามีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว ทั้งภาพวงจรปิด ผลตรวจทางการแพทย์ พยาน ซึ่งทุกอย่างเปิดเผยไม่ได้เป็นเรื่องในสำนวนที่เสนอศาลออกหมายจับไปแล้ว แต่ผู้ต้องหาเป็น ส.ส. เราก็ดำเนินการตามกฎหมายระบุไว้ ซึ่งอาจจะต้องรอการพิจารณาของประธานสภาฯในการดำเนินการเพราะอยู่ในสมัยประชุม แต่หากสส.คนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนเราก็จะแจ้งข้อกล่าวหาสอบปากคำ แล้วปล่อยตัวไปทันที จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนสรุปสำนวนส่งอัยการดำเนินการในชั้นศาลต่อไป”พ.ต.อ.ปรัชญา กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘พรีม-โอชิ’ คอตก! รับสารภาพทุกข้อหา ‘สาดน้ำร้อน’ ใส่รุ่นน้อง
- เทียบ 5 ข้อ ‘ตัดไฟ’ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ได้-คุ้มเสียหรือไม่?
- ด่วน! ที่ประชุม สมช. มีมติ ตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ให้ ‘เมียนมา’ 5 จุด
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx