เปิดมหากาพย์ “ดิไอคอน” หมื่นล้าน ธุรกิจขายตรงหรือแชร์ลูกโซ่? ยอดความเสียหายทั่วประเทศ เกือบ 3,000 ล้านบาท
เป็นอีกหนึ่งข่าวดังที่สังคมไทยเกาะติดกันแบบยาวนาน สำหรับธุรกิจของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ หลังมีผู้เสียหายถูกหลอกดูดเงิน ทยอยเข้าแจ้งความฐานฉ้อโกง ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมเป็นต้นมา จำนวนผู้เสียหายเรือนหมื่น ยอดความเสียหายทั่วประเทศเกือบ 3,000 ล้านบาท โดยมีเหล่าบรรดาบอส เป็นไอดอลให้กับผู้เสียหาย รวมถึงบอสดาราด้วย

ออกหมายจับบอสพอล-กันต์-มิน-แซม รวม 18 คน
วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ตำรวจสอบสวนกลาง นำหมายจับเข้าควบคุมตัว นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ” บอสพอล” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ดิไอคอน กรุ๊ป เจ้าของวลีเด็ด “ขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย” ไปสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เบื้องต้นโดนข้อหาฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ขณะที่ออกหมายจับรวม 18 คน รวมทั้งบอสดารา “กันต์-มิน-แซม” โดนด้วยจนในที่สุดสามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด

ไทม์ไลน์ ดิไอคอน กรุ๊ป
- ผู้เสียหายแห่เข้าแจ้งความ โดยพบว่าผู้เสียหายจำนวนมาก ถูกกล่อมให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจ แต่ไม่มีกำไร ขายของไม่ได้ สูญเงินหลักหมื่นถึงหลักแสน บางรายทุกข์ทรมานจากการเป็นหนี้ ถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย ยอดความเสียหายทั่วประเทศ เกือบ 3,000 ล้านบาท
- คลิปเสียงบอสพอล นักการเมือง ส. เป็นคลิปเสียงที่ “บอสพอล” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ดิไอคอน กรุ๊ป พูดคุยกับชาย คนหนึ่ง เนื้อเสียงพ้องกับ นักการเมือง ส. ถึงประเด็น เทวดา สคบ. ชื่อ ป.
- นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ถูกโยงเป็นคนในคลิปเสียง ออกยืนกรานปฏิเสธว่า ไม่ใช่เสียงตัวเอง
- ปฏิบัติการ หนุมานถล่มกรุงดิไอคอนกรุ๊ปศาลอนุมัติหมายจับ 18 บอส ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

รายชื่อ 18 บอสดิไอคอน
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดี “ดิไอคอนกรุ๊ป” มีด้วยกันทั้งหมด 18 ราย
- นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล
- นางสาวปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน
- นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือ บอสหมอเอก
- นางสาวนัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ บอสสวย
- นางสาวญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ บอสโซดา
- นายนันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา บอสโอม
- นายธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ บอสวิน
- นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ บอสป๊อบ
- นายยุรนันท์ ภมรมนตรี บอสแซม
- นางสาวพีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน
- นางวิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ บอสจอย
- นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือ บอสอ๊อฟ
- นายกลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์
- นางสาวกนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือ บอสแม่หญิง
- นางสาวเสาวภา วงษ์สาขา หรือ บอสอูมมี่
- นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือ บอสทอมมี่
- นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือ โค้ชแล็ป
- นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์

รวบ “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” ที่ จ.เชียงราย
ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เข้าจับกุมนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช และนางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของนายสามารถ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินนั้น
จากการเข้าตรวจค้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง บนถนนราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ไม่พบตัวนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช แต่อย่างใดขณะที่ในส่วนของนางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดาของนายสามารถ เจ้าหน้าที่ได้พบตัวที่บ้านพักในซอยพญานาค กรุงเทพฯ และได้นำตัวเข้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเตรียมสอบสวนปากคำ
ส่วนนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ อยู่ที่วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย และได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านดู่จังหวัดเชียงรายโดยศาลไม่ให้ประกันตัว

ดีเอสไอสั่งฟ้อง 18 บอสดิไอคอน
ล่าสุดวันที่ 20 ธันวาคม 2567 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก หรือแชร์ลูกโซ่ดิไอคอน ว่า
ที่ประชุมได้มีความเห็นว่าการสอบสวนในคดีนี้ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเสร็จสิ้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติแล้ว มีการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมาย มีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของทุกฝ่าย และการแก้ข้อกล่าวหา ทำให้ที่ประชุมมีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย และอีก 1 นิติบุคคล บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ในความผิดฐานร่วมฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ , พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งดีเอสไอจะได้นำส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ โดยยังจะได้แยกสำนวนออกเป็นอีก 1 สำนวน เพราะพบความผิดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร
พฤติการณ์แผนธุรกิจเน้นหาสมาชิก
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวด้วยว่า ทั้ง 18 ผู้ต้องหาได้มีการส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครบทุกราย ส่วนรายละเอียดคำให้การ ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนข้อเน้นย้ำที่ทำให้คณะพนักงานสอบสวนมีมติสั่งฟ้องนั้น คือ มีลักษณะพฤติการณ์แผนธุรกิจเน้นหาสมาชิกมากกว่าการเน้นขายผลิตภัณฑ์สินค้า เนื่องจากเราได้มีการตรวจดูเรื่องรายได้ส่วนใหญ่มาจากการที่ขายสินค้าให้กับหมู่สมาชิกด้วยกัน ซึ่งจำนวนสินค้าที่ไปยังผู้บริโภคนั้นมีจำนวนน้อย แต่แท้จริงแล้วยังมีอีกหลายประเด็นเพียงแค่ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยรายละเอียดภายในสำนวน ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงการเก็บสินค้าในสต๊อกโกดังมีจำนวน จริงเท่ากับจำนวนลูกค้าหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ได้มีการสอบสวนเข้ามาในสำนวนเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรื่องความมั่นใจในการสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 18 รายต่อพนัก งานอัยการคดีพิเศษนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบ สวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเพื่อพิสูจน์ความผิด และคณะพนักงานสอบสวนซึ่งมีจากหลายฝ่าย ทั้งที่เป็นหน่วยงานของดีเอสไอเอง และคณะที่ปรึกษา รวมทั้งพนักงานสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐอื่น ก็มีความเห็นตรงกันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหา ส่วนในขั้นตอนอื่นเป็น การพิจารณาของพนักงานอัยการและศาล การจะพิจารณาตัดสินว่าผิดหรือถูกก็เป็นศาลที่เป็นผู้พิจารณา
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอบคุณที่เสียสละช่วงหยุดยาวปีใหม่
- ตำรวจ ‘ห้ามรับอั่งเปา’ สตช. ย้ำ จะรับของขวัญ ศึกษาระเบียบ ป.ป.ช.ก่อน
- เหมารถบัส เที่ยวยกแก๊งปีใหม่ 2568 เช็กลิสต์วิธีเลือกรถให้ปลอดภัย ที่นี่!!
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx