General

GSK จัดประชุมด้านสุขภาพระดับโลกที่กรุงเทพ รับมือความท้าทาย 4 โรคระบบทางเดินหายใจ

GSK จัดประชุมด้านสุขภาพระดับโลกที่กรุงเทพ รับมือความท้าทาย 4 โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืดปานกลาง-รุนแรง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรค RSV

เมื่อเร็วๆ นี้ GSK ได้จัดการประชุมระดับโลก “RespiVerse” ประจำปี ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจาก 17 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา อเมริกากลาง และภูมิภาคอื่นๆ กว่า 200 คน ร่วมเสนอโซลูชั่นในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ

โดยใช้นวัตกรรมและชูกลยุทธ์สร้างความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการกับ 4 โรค ได้แก่ โรคหอบหืดปานกลาง โรคหอบหืดรุนแรง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ COPD และ Respiratory Syncytial Virus (RSV)

GSK

ร่วมมือแพทย์ทั่วโลกวิจัย-พัฒนาโซลูชั่นช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ

ประชากรทั่วโลกราว 250 ล้านคน ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตมากเป็นอันดับที่ 4 โดยในปี 2019 มีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณ 3.5 ล้านคน

นพ.กูร์ เลวี ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินหายใจ GSK กล่าวว่า GSK มุ่งมั่นพัฒนาทางเลือกในการรักษาใหม่ ๆ มานานหลายทศวรรษ ซึ่งนับเป็นการสร้างมาตรฐานสำหรับการรักษายุคต่อไป และพลิกโฉมอนาคตของยารักษาโรคระบบทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยหลายร้อยล้านคน

GSK
นพ.กูร์ เลวี

ทั้งนี้ ได้ร่วมมือกับแพทย์ชั้นแนวหน้าและผู้เชี่ยวชาญทรงคุณวุฒิจากทั่วโลก พัฒนาโปรแกรมระดับโลกที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการทางคลินิก และการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจแบบใหม่สำหรับผู้ป่วยทั่วโลก โดยเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์วัคซีน ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และยาสูดพ่น ในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ของโรค และป้องกันอาการลุกลามของโรค

GSK
นพ.อาร์นาส เบอร์ซานสกิส

สูงอายุเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

ด้านนพ.อาร์นาส เบอร์ซานสกิส รองประธานและหัวหน้าฝ่ายการแพทย์ระดับภูมิภาค ด้านวัคซีนของ GSK กล่าวว่า การป้องกันเป็นหัวใจสำคัญของสาธารณสุข และมีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาโรคทางเดินหายใจอย่างเร่งด่วน เช่น ไวรัส RSV ซึ่งอาจพบได้บ่อยและอันตรายยิ่งกว่าไข้หวัดใหญ่1,2

GSK มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมวัคซีนเพื่อปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้นหากเป็นโรค RSV3 การให้ความสำคัญกับการป้องกันจะช่วยลดภาระโรค RSV และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริบทที่สังคมโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

Dr. Pailin Ratanawatkul
ผศ. พญ.ไพลิน รัตนวัฒน์กุล

การลงทุนด้านวัคซีน สร้างผลตอบแทนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าและมีประโยชน์

ขณะที่ ผศ. พญ.ไพลิน รัตนวัฒน์กุล สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองผู้อำนวยการศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ศูนย์การแพทย์) และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคเนื้อเยื่อปอดอักเสบ (ILD) และโรคปอดหายาก ระบุว่า โรคระบบทางเดินหายใจ อย่างโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เกิดจากปอดถูกทำลายซึ่งมีหลากหลายปัจจัย เช่น สิ่งแวดล้อม ฝุ่น ควันจากการปิ้งย่าง และการสูบบุหรี่

ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคทางเดินหายใจ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง บางรายมีอาการไอแห้งในบางครั้ง มีเสมหะ หายใจลำบาก และอาการหายไป ซึ่งคิดว่าเป็นอาการปกติธรรมดาของการสุบบุหรี่ จึงไม่ได้มาพบแพทย์ และกว่า 80% ไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส การกำเริบของอาการที่เพิ่มขึ้น เมื่อเป็นกลุ่มสูงอายุ

การลงทุนด้านวัคซีน นับเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าและมีประโยชน์ เมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่ต้องสูญเสียไปในแต่ละปี

Dr. Fariz Nurwidya
รศ. นพ.ฟาริซ นูร์วิทยา

ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ช่วยลดความรุนแรง ลดการกำเริบของโรค

รศ. นพ.ฟาริซ นูร์วิทยา หัวหน้าภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยาและโรคเนื้อเยื่อปอดอักเสบ ภาควิชาโรคปอดและเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ มหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด โรงพยาบาลเพอร์ซาฮาบาตัน และโรงพยาบาลบุนดา กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า โรคทางเดินหายใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยชะลอการรุนแรงและอาการของโรคได้

รวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ก็จะช่วยลดการติดเชื้อ ลดการกำเริบของโรค ดังนั้นแพทย์จะต้องสื่อสาร ให้ความรู้กับผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกัน

Dr. Le Khac Bao
นพ.เล คัค บ๋าว

สร้างความตระหนักถึงการป้องกันโรค ลดภาระ-ต้นทุนด้านสาธารณสุข

เช่นเดียวกับ นพ.เล คัค บ๋าว รองหัวหน้าแผนกโรคปอด โรงพยาบาลประชาชนเกียดินห์ ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า แพทย์ไม่ได้จบหน้าที่แค่การรักษา แต่จะต้องให้ความรู้กับผู้ป่วย และคนรอบข้าง ให้ตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพ แพทย์จะต้องสื่อสารเพื่อให้เข้าใจถึงการฉีดวัคซีน การป้องกันตนเอง

ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจมองว่า แม้ว่าการรับวัคซีนจะเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันอัตราการรับวัคซีนยังมีระดับต่ำ เป็นเพราะผู้คนมีความตระหนักเรื่องการป้องกันสุขภาพน้อย ราคาของวัคซีนบางชนิดมีราคาสูง และความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีนที่ว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคต เป็นปัจจัยสำคัญต่อการแผนการป้องกันสุขภาพ ดังนั้นแพทย์จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการป้องกัน การฉีดวัคซีน การดูแลสุขภาพต่อผู้ป่วยและญาติให้มากขึ้น แม้จะต้องใช้เวลา แต่ก็ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ปี 2030 จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 30% ลองคิดดูว่าระบบสาธารณสุขจะเป็นอย่างไร? เพราะผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น จะหมายถึงภาระและต้นทุนด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น

GSK

โรคทางเดินหายใจที่ต้องสร้างความตระหนักรู้

โรคหอบหืด (Asthma)4

โรคหอบหืดเป็นโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อทุกช่วงอายุ ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความคล่องตัว ข้อมูลของโครงการ Global Initiative for Asthma (GINA) ระบุว่า โรคหอบหืดถือเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข โดยส่งผลกระทบต่อประชากรราว 300 ล้านคนทั่วโลก และทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,000 คนต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากลยุทธ์การควบคุมโรคหอบหืดให้ดียิ่งขึ้น เพื่อลดอาการกำเริบและบรรเทาภาระของโรคในระดับโลก

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease – COPD)5

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของโลก โดยในปี 2562 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 3.2 ล้านคน ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การสูบบุหรี่และมลพิษทางอากาศ

ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus – RSV)3

RSV เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยทางเดินหายใจเฉียบพลันทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก และสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ ปอดบวม และการกำเริบของโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

อ้างอิง

  1. Reis, J., & Shaman, J. (2016). Retrospective Parameter Estimation and Forecast of Respiratory Syncytial Virus in the United States. PLoS computational biology, 12(10), e1005133. https://doi.org/10.1371/journal.pcbi.1005133
  2. Falsey, A. R., Walsh, E. E., House, S., Vandenijck, Y., Ren, X., Keim, S., Kang, D., Peeters, P., Witek, J., & Ispas, G. (2021). Risk Factors and Medical Resource Utilization of Respiratory Syncytial Virus, Human Metapneumovirus, and Influenza-Related Hospitalizations in Adults-A Global Study During the 2017-2019 Epidemic Seasons (Hospitalized Acute Respiratory Tract Infection [HARTI] Study). Open forum infectious diseases, 8(11), ofab491. https://doi.org/10.1093/ofid/ofab49
  3. (2024, October 3). Clinical overview of RSV. Respiratory Syncytial Virus Infection (RSV). https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html
  4. Global Initiative for Asthma (GINA). Global Strategy for Asthma Management and Prevention, 202 Update May 2024. Available from: www.ginasthma.org.
  5. Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease (GOLD). Global Strategy for the Diagnosis, Management, and Prevention of Chronic Obstructive Pulmonary Disease, 2025. Update November 2024. Available from: https://goldcopd.org/

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo