“ทนายสายหยุด” เผย “ทนายตั้ม” ขอติดต่อไกล่เกลี่ย “เจ๊อ้อย” ปมเงิน 71 ล้าน พร้อมบอกเหตุผลที่ทำคดีต่อหรือไม่
ยังเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่องสำหรับคดี ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ถูกนางจตุพร อุบลเลิศ หรือพี่อ้อย แจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงเกี่ยวกับเงิน 2 ล้านยูโร หรือประมาณ 71 ล้านบาท โดยถูกชวนลงทุนขายล็อตเตอรี่

71 ล้าน ให้โดยเสน่หา
ต่อมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม กล่าวถึงกรณี “เจ๊อ้อย” ดำเนินคดีโกงเงิน 71 ล้านบาท โดยยืนยันไม่มีความหนักใจ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอยู่ พร้อมย้ำสิ่งที่พูดเป็นความจริงทุกคำ ซึ่งตนเองเป็นทนายความไม่กล้าโกหกออกสื่ออยู่แล้ว โดยต้องไปพิสูจน์กันว่าสิ่งที่ เจ๊อ้อย มาแจ้งความดำเนินคดีมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ทั้งนี้จะยังไม่แจ้งความดำเนินคดีเจ้าของเงินกลับใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนจะมีการเจรจาหรือไม่ ตนไม่มีการติดต่อไปทั้งทางคนใกล้ตัว ทางเลขา หรือพี่อ้อยเอง ตนยังไม่มีการติดต่อไป ส่วนการเสียภาษี ไม่ต้องห่วง ตัวผมเป็นทนายนาย ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบตนอยู่ ส่วนเสียเท่าไหร่อยู่ระหว่างประเมิน อาจจะอยู่ที่ 5% ยังไม่ทราบจำนวนเงิน ทั้งนี้ทุกอย่างแจ้งเจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว

“หมดรักน้องรัก”
ทนายตั้ม ระบุอีกว่า ถึงตอนนี้เชื่อว่า ตำรวจกองปราบปรามจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไรหลังจากสอบผู้เสียหายไปหลายรอบ และคงทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรโดยเรื่องรถและเรื่องเงิน เดิมตัวเองเป็น “น้องรัก” เขาเลยให้ทำทุกโครงการและทำใบเสนอราคา แต่ส่งมอบทุกโครงการแล้ว แต่พอตอนนี้ไม่รักจะดึงเรื่องนั้นเรืองนี้มา จะเข้าฉ้อโกงต้องมีเจตนาหลอก แต่ตัวเองยืนยันส่งโครงการให้ทุกอย่าง
“ขอให้ตำรวจลองดูเลยว่าเงิน 71 ล้านบาท ตรวจตามหลักฐานได้ทั้งหมด ยืนยันไม่ฉ้อโกง เพราะส่งมอบงานให้ทุกครั้ง และไม่อยากให้ใครมาใช้ตำรวจกองปราบเป็นเครื่องมือ”
“ทนายสายหยุด” ยันเองให้ 71 ล้าน มาลงทุนแน่นอน
ในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย นายกรรชัย กำเนิดพลอย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับเงิน 2 ล้านยูโร หรือประมาณ 71 ล้านบาท ที่นางจตุพร อุบลเลิศ หรือพี่อ้อย แจ้งความดำเนินคดีนายษิทราข้อหาฉ้อโกง ว่า เมื่อดูจากแชตที่ตนได้อ่าน เป็นเรื่องของการขอเอาเงินมาลงทุน ไม่ทราบว่านายษิทราพูดว่าให้โดยเสน่หาได้ยังไง ส่วนจะคืนเงินกันอย่างไรหรือไม่อย่างไรตนไม่ทราบ

ทั้งนี้ ในรายการ นายกรรชัยได้ถามถึงกรณีที่ทนายตั้มบอกว่าพี่อ้อยให้เงิน 71 ล้านโดยเสน่หา ซึ่งนายสายหยุดกล่าวว่า “เสน่หาไม่เสน่หา ตามที่ผมมอง เอาเงินให้เขา (นายษิทรา) มาลงทุนแน่นอน แล้วทนายษิทรายืนยันชัดเจนว่าโครงการสลากฯ ทำคนเดียว ไม่มีผู้เสียหายหุ้นส่วนด้วย แต่ถ้าจะต้องคืน หรือไม่ต้องคืน เป็นการยืมกัน สื่ออะไรกันตรงนี้ ผมดูแล้วยังไม่แน่ชัด
นายกรรชัยถามย้ำว่า ยังไงนะ นายสายหยุดตอบว่า “ก็คือว่า เงิน 71 ล้าน ใช้คำว่าให้โดยเสน่หา ทางผู้เสียหายเถียงว่าเขาไม่ได้ให้ ถูกไหม เขาเถียงแน่นอนเขาไม่ได้ให้ แต่ที่ผมดูการสนทนา เหมือนทนายษิทราขอเงินมาลงทุน เพื่อจะเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวอะไรก็แล้วแต่ ขอเอามาลงทุน มันก็แชตกันไปแชตกันมาอยู่”
ทั้งนี้ ในรายการ นายกรรชัยได้ถามถึงกรณีที่ทนายตั้มบอกว่าพี่อ้อยให้เงิน 71 ล้านโดยเสน่หา ซึ่งนายสายหยุดกล่าวว่า “เสน่หาไม่เสน่หา ตามที่ผมมอง เอาเงินให้เขา (นายษิทรา) มาลงทุนแน่นอน แล้วทนายษิทรายืนยันชัดเจนว่าโครงการสลากฯ ทำคนเดียว ไม่มีผู้เสียหายหุ้นส่วนด้วย แต่ถ้าจะต้องคืน หรือไม่ต้องคืน เป็นการยืมกัน สื่ออะไรกันตรงนี้ ผมดูแล้วยังไม่แน่ชัด
นายกรรชัยถามย้ำว่า ยังไงนะ นายสายหยุดตอบว่า “ก็คือว่า เงิน 71 ล้าน ใช้คำว่าให้โดยเสน่หา ทางผู้เสียหายเถียงว่าเขาไม่ได้ให้ ถูกไหม เขาเถียงแน่นอนเขาไม่ได้ให้ แต่ที่ผมดูการสนทนา เหมือนทนายษิทราขอเงินมาลงทุน เพื่อจะเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัวอะไรก็แล้วแต่ ขอเอามาลงทุน มันก็แชตกันไปแชตกันมาอยู่”
“ทนายตั้ม” กลับลำขอไกล่เกลี่ย “เจ๊อ้อย”
ทางด้าน “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” ทนายความของ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด ให้สัมภาษณ์สื่อหลังเข้าเยี่ยมทนายตั้มในเรือนจำในลักษณะใช้โทรศัพท์โทรคุยกันแต่มีกระจกกั้น ซึ่งไม่ได้มองหน้ากัน เนื่องจากทนายตั้มให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์และตัวเองต้องเร่งบันทึก โดยมีใจความเรื่องความเป็นอยู่ ซึ่งทนายตั้มสามารถปรับตัวได้ไม่ได้มีความกังวลหรือเครียด โดยไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ

สำหรับคดี 71 ล้าน ขณะนี้ได้มีการพูดคุยทนายของเจ๊อ้อยในเรื่องของการไกล่เกลี่ยเพื่อจะเยียวยา ซึ่งเมื่อไปถึงชั้นศาล และคดีเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ศาลก็จะให้ไกล่เกลี่ยกันอยู่แล้ว และเจตนาส่วนตัว ก็คือ เมื่อเป็นหนี้แล้วเค้าทวงเราก็ต้องใช้ แต่หากว่าในอนาคตทนายตั้มไม่คืนก็จะมีเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจเกี่ยวกับการทำงานหลังจากนี้ พร้อมย้ำว่า “หากเป็นหนี้แล้วทนายตั้มไม่ใช้คืนนั้น จะสามารถเป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่า จะว่าความต่อหรือไม่”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘แพทองธาร’ โทรคุย ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ยินดีชนะเลือกตั้ง ย้ำไทยพร้อมทำงานร่วมสหรัฐ
- ‘แพทองธาร’ หารือ ‘สี จิ้นผิง’ เตรียมฉลอง 50 ปีไทย-จีน ด้านจีนพร้อมนำเข้าสินค้าเกษตรไทยเพิ่มขึ้น
- ‘แพทองธาร’ ลั่นเป็นสิทธิ์ ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ไม่มีอะไรน่าห่วง
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx