สธ.เขต 6 เผยผลสอบสวนโรคอุจจาระร่วงระบาด 2 โรงเรียนระยอง ผู้ป่วยรวม 1,436 ราย เกิดจากเชื้อไวรัสโนโรที่มากับ น้ำ-น้ำแข็ง สั่งหยุดจำหน่ายน้ำแข็งโม่ที่ไม่ได้มาตรฐาน
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนโรคอุจจาระร่วงระบาดในนักเรียน 2 โรงเรียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รวมจำนวนมากกว่าพันคน ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับให้เร่งทำการควบคุมโรคโดยเร็วเพื่อความปลอดภัย

ล่าสุด ได้รับรายงานจาก นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง พบผู้ป่วยจากทั้ง 2 โรงเรียนรวมทั้งหมด 1,436 ราย เป็นนักเรียน 1,418 ราย จากทั้งหมด 4,559 คน คิดเป็นอัตราป่วย 31.1% ครูและบุคลากร 18 ราย จากทั้งหมด 183 คน คิดเป็นอัตราป่วย 9.8%
ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากติดเชื้อไวรัสโนโร ซึ่งเป็นไวรัสก่อโรคทางเดินอาหาร โดยรับรายงานผู้ป่วย 1 ราย ซึ่งไปตรวจที่ รพ.เอกชน เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พบเชื้อไวรัสโนโร Norovirus genogroups II และจากการเก็บตัวอย่างอุจจาระของผู้ป่วย 4 ราย พบเชื้อก่อโรค 3 ชนิด ได้แก่ เชื้อ Norovirus GI/GII, Enteropathogenic E.coli (EPEC) ในตัวอย่าง 1 ราย และเชื้อ Enteroaggretive E.coli (EAEC) ในตัวอย่าง 1 ราย และอยู่ระหว่างรอผลตรวจ 1 ตัวอย่างรวมถึงน้ำดื่ม น้ำใช้ และน้ำแข็ง จำนวน 6 ตัวอย่าง และอาหาร 2 ตัวอย่าง ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ส่วนการตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย จากการเก็บตัวอย่างด้วยชุดทดสอบ SI-2 ในภาชนะทำครัว มือผู้ปรุงและเตรียมอาหาร ทั้ง 2 โรงเรียน จำนวน 13 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนในตัวอย่างจากโรงเรียนมัธยมศึกษา 4 ตัวอย่าง ได้แก่ เขียงและมีด หัวก๊อกน้ำกด มือผู้ปรุงและเตรียมอาหาร ขณะที่การเก็บตัวอย่างน้ำด้วยชุดตรวจ อ.11 จากตู้กดน้ำดื่ม 6 ตัวอย่างในโรงเรียนประถมศึกษา พบการปนเปื้อน 3 ตัวอย่าง

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ผลการสอบสวนโรคชี้ให้เห็นว่า น้ำและน้ำแข็ง ที่บริโภคในโรงเรียนในสัปดาห์กีฬาสีเป็นปัจจัยเสี่ยงของการป่วย เนื่องจากผลการสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ พบว่า ระบบประปาที่ใช้เป็นระบบประปาผิวดิน ตรวจคลอรีนอิสระคงเหลือได้ 0.09 ppm ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
ขณะที่ผลการตรวจโรงน้ำแข็ง ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้อง พบว่า ใช้น้ำดิบจากระบบประปาเทศบาลตำบลเมืองแกลง มีบ่อพักน้ำให้ตกตะกอน แล้วนำน้ำใสมาเติมคลอรีนแบบอัตโนมัติก่อนผ่านระบบกรอง แล้วส่งเข้าระบบผลิตน้ำแข็ง
ส่วนโรงโม่น้ำแข็ง จะนำน้ำแข็งซองมาโม่ที่บ้านเพื่อจำหน่าย ตรวจพบจุดเสี่ยงไม่ได้มาตรฐานคือ ถังใส่น้ำแข็งซองมีการแช่วัสดุอื่นในถังด้วย รถที่ขนน้ำแข็งใช้ผ้าพลาสติกปูพื้นกระบะเพื่อวางน้ำแข็ง และจะโม่เมื่อมีผู้มาซื้อโดยบรรจุใส่กระสอบอาหารสัตว์ที่ล้างแล้วนำกลับมาใช้ใหม่
สำหรับมาตรการควบคุมโรคที่ดำเนินการเพิ่มภายหลังการสอบสวนโรค คือ
1. เติมคลอรีนในถังพักน้ำดื่ม น้ำใช้ทั้ง 2 โรงเรียน
2. ประสานเทศบาลตำบลเมืองแกลงในการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบของโรงเรียน
3. สั่งยุติการจำหน่ายน้ำแข็งจากโรงโม่น้ำแข็ง และให้ทำการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในส่วนของสถานที่ แนะนำสุขวิทยาส่วนบุคคลของคนงานโรงงานผลิตน้ำแข็ง และร้านค้ารายย่อยที่นำน้ำแข็งโม่ส่งให้กับโรงเรียน
4. แนะนำโรงเรียนห้ามนำน้ำแข็งโม่มาใช้บริโภค
5.ประสานโรงเรียนทุกแห่งเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดมาตรการป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำปนเปื้อน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อย.เตือนเจอ ‘ไซบูทรามีน’ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ‘แอลแอลเอส’ กระทบหัวใจ-หลอดเลือด
- กระทรวงเกษตรฯ งัด 4 มาตรการ ป้องกันทุเรียน ปนเปื้อนแคดเมียม
- ‘แมคโดนัลด์’ ยกเลิกเมนูปนเปื้อน ‘แบคทีเรียอีโคไล’ ใน 12 รัฐ ให้คำมั่นยกระดับความปลอดภัย
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx