ศูนย์จีโนมฯ เผยสถานการณ์โรคระบาดโลก ตุลาคม 2567 4 โรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวัง ไข้หวัดนก H5N1, ไวรัสมาร์บูร์ก (ญาติอีโบลา), ไวรัสโคโรนา 2019 และฝีดาษวานร
สถานการณ์โรคติดเชื้อทั่วโลก ณ ปลายเดือนตุลาคม 2567 ยังคงน่าห่วงใย โดยเฉพาะไข้หวัดนก H5N1 จากวัวนมที่ถือเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง แม้จะสามารถควบคุมการระบาดของบางโรคได้แล้ว แต่ยังมีเชื้อโรคอีกหลายชนิดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

4 โรคติดเชื้อสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง
ไข้หวัดนก H5N1: สัญญาณอันตรายที่เพิ่มขึ้น
สถานการณ์ไข้หวัดนก H5N1 มีแนวโน้มแย่ลง โดยพบการติดเชื้อในมนุษย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ นอกจากนี้ยังพบการแพร่ระบาดในสัตว์อย่างกว้างขวาง ทั้งในฝูงโคนมและสัตว์ปีก ที่น่ากังวลคือ การพบสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถแพร่เชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มข้น
การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เดือน ตุลาคม 2567 ระบุว่าไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ที่แยกได้จากมนุษย์ที่ติดเชื้อจากการระบาดในวัวนมสหรัฐฯ เผยให้เห็นถึงความเสี่ยงที่น่ากังวล
ไวรัส A/Texas/37/2024 (huTX37-H5N1) ที่แยกได้จากคนงานฟาร์มที่มีอาการตาอักเสบ แสดงคุณสมบัติที่น่าเป็นห่วงหลายประการ
- สามารถเพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์เยื่อบุถุงลมปอดมนุษย์
- มีความรุนแรงสูงในหนูและเฟอร์เร็ต (ญาติสกั๊งค์) ทำให้เกิดการติดเชื้อทั่วร่างกายและเสียชีวิต
- สามารถแพร่จากเฟอร์เร็ตที่ติดเชื้อไปยังเฟอร์เร็ตที่ไม่ติดเชื้อที่อยู่ในกรงข้าง ๆ ได้ 17-33% ของคู่ที่ทดสอบ โดยส่วนใหญ่ของเฟอร์เร็ตที่ติดเชื้อจากการสัมผัสเสียชีวิต
- การศึกษาพบว่าการกลายพันธุ์ PB2-631L ในไวรัสไข้หวัดนก H5N1 จากวัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์โพลิเมอเรสในเซลล์มนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนในเซลล์มนุษย์ได้มากขึ้น และปรับตัวเข้ากับร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์ได้ดีขึ้น การกลายพันธุ์นี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ไวรัสจะแพร่จากวัวมาสู่คนได้ง่ายขึ้น ทำให้ไวรัส H5N1 จากวัวมีศักยภาพในการติดเชื้อและแพร่ระบาดในมนุษย์สูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาด
- แม้ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้จะยังคงไวต่อยาต้านไวรัสบางชนิด แต่ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าไวรัส H5N1 จากการระบาดในวัวนมมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ (pandemic) ได้ จึงควรมีมาตรการควบคุมการระบาดในวัวอย่างเข้มงวดเพื่อจำกัดความเสี่ยงการติดเชื้อในมนุษย์ต่อไป

ไวรัสมาร์บูร์ก: แสงสว่างปลายอุโมงค์
การระบาดของไวรัสมาร์บูร์กในรวันดาเริ่มแสดงสัญญาณที่ดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการระบาดถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ แต่ยังคงต้องระมัดระวังเนื่องจากอัตราการเสียชีวิตยังสูงและยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรอง
COVID-19: สถานการณ์ผันผวน
สถานการณ์ COVID-19 มีความหลากหลาย ในบางพื้นที่เช่นแคลิฟอร์เนีย จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลลดลงอย่างมาก แต่ในบางพื้นที่เช่นออสเตรเลียใต้ กลับพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้วสถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจมีการระบาดเพิ่มขึ้น การฉีดวัคซีนยังคงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง
ฝีดาษวานร: การกลับมาที่น่ากังวล
สถานการณ์ฝีดาษวานรมีแนวโน้มแย่ลง โดยพบการระบาดในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในแอฟริกาและแปซิฟิกตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์ใหม่ที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการฉีดวัคซีนในหลายประเทศในแอฟริกา ซึ่งอาจช่วยควบคุมการแพร่ระบาดได้ในอนาคต
แม้ว่าสถานการณ์ของโรคเหล่านี้จะมีแนวโน้มที่แตกต่างกัน แต่ทุกโรคยังคงต้องการการเฝ้าระวัง การควบคุม และความร่วมมือระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการกับการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพและปกป้องสุขภาพของประชากรโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข้หวัดนก H5N1 ที่แสดงสัญญาณอันตรายเพิ่มขึ้นและต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการควบคุมและป้องกัน
ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- จากโรคไวรัสมาร์บูร์กในรวันดา สู่ความหวังจากการทดลองวัคซีน-ใช้ยาต้านไวรัส
- ไทย เผยจีโนมแรกของเชื้อไวรัสฝีดาษวานร Clade Ib ที่พบครั้งแรกในไทยและเอเชีย
- เรียนรู้จาก ‘รวันดา’ 7 ขั้นตอนใน 7 วัน รับมือ ไวรัส ‘มาร์บูร์ก’
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx