General

จากโรคไวรัสมาร์บูร์กในรวันดา สู่ความหวังจากการทดลองวัคซีน-ใช้ยาต้านไวรัส

การระบาดของโรคไวรัสมาร์บูร์กในรวันดา ความหวังจากการทดลองวัคซีน และการรักษาด้วย ยาต้านไวรัส และโมโนโคลนาลแอนติบอดี ครั้งประวัติศาสตร์

ในปี 2567 โลกกำลังจับตามองการระบาดของโรคไวรัสมาร์บูร์ก (Marburg Virus Disease – MVD) ในประเทศรวันดา ซึ่งนับเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่น่าวิตกอย่างยิ่ง
สถานการณ์การระบาด

โรคไวรัสมาร์บูร์ก

ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2567 มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 62 ราย และเสียชีวิต 15 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาลในกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่โรคจะแพร่กระจายในวงกว้าง

ความหวังจากการทดลองวัคซีน

ท่ามกลางวิกฤตนี้ รวันดาได้เริ่มการทดลองวัคซีนต้านไวรัสมาร์บูร์ก แล้ว โดยใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยสถาบันวัคซีนซาบิน (Sabin Vaccine Institute) ซึ่งได้จัดส่งวัคซีนจำนวน 700 โดสมายังรวันดาเพื่อใช้ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2

เทคโนโลยีเบื้องหลังวัคซีน

วัคซีนนี้ใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า เวกเตอร์ไวรัส (Viral Vector) โดยใช้ไวรัสอะดีโนของลิงชิมแปนซี (Chimpanzee Adenovirus – ChAd3) เป็นพาหะในการนำส่งยีนที่ผลิตโปรตีนผิวของไวรัสมาร์บูร์ก วิธีการนี้มีความแตกต่างจากวัคซีน mRNA ที่เราคุ้นเคยจากการต่อสู้กับโควิด-19 ในหลายด้าน เช่น กลไกการทำงาน ความคงทน การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และประสบการณ์การใช้งาน

วัคซีนของสถาบันซาบินนี้ให้ผลน่าพอใจในการทดลองเบื้องต้น โดยในการทดลองกับลิงพบว่าสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 100% และลดปริมาณไวรัสในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไวรัสมาร์บูร์ก1 สำเนา

การทดลองทางคลินิกครั้งแรกของโลกสำหรับการรักษา

นอกจากการทดลองวัคซีน รวันดายังได้เริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับการรักษาโรคไวรัสมาร์บูร์กเป็นครั้งแรกของโลก โดยทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา remdesivir และแอนติบอดี MBP091 ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อต่อต้านไวรัสมาร์บูร์กโดยเฉพาะ

Remdesivir

Remdesivir เป็นยาต้านไวรัสแบบออกฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum antiviral) ที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสหลายชนิด รวมถึงไวรัสในตระกูล Filoviridae เช่น อีโบลาและมาร์บูร์ก โคโรนาไวรัส และไวรัสอื่นๆ

กลไกการทำงานของ remdesivir เป็นการยับยั้งเอนไซม์ RNA-dependent RNA polymerase (RdRp) ของไวรัส โดยแทรกตัวเข้าไปในสายพันธุกรรมของไวรัสที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ ทำให้กระบวนการจำลองตัวของไวรัสหยุดชะงัก ยานี้มีความจำเพาะสูงต่อเอนไซม์ของไวรัส ทำให้มีผลข้างเคียงต่อเซลล์มนุษย์น้อย

ในการทดลองกับลิง Remdesivir สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 80% เมื่อให้ยาในวันที่ 5 หลังการติดเชื้อ

แอนติบอดี MBP091

MBP091 เป็นโมโนโคลนาลแอนติบอดีที่พัฒนาโดยบริษัท Mapp Biopharmaceutical เพื่อใช้รักษาโรคไวรัสมาร์บูร์กโดยเฉพาะ แอนติบอดีนี้แยกได้จากผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสมาร์บูร์กตามธรรมชาติ และทำงานโดยการจับกับโปรตีนบนผิวของไวรัสมาร์บูร์ก ลดความสามารถของไวรัสในการเข้าสู่เซลล์มนุษย์

การใช้ MBP091 ร่วมกับ remdesivir ในการทดลองกับลิงพบว่าสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ 80% แม้จะเริ่มการรักษาในวันที่ 6 หลังการติดเชื้อ ซึ่งเป็นระยะที่โรคมีความรุนแรงมากแล้ว

ความคืบหน้าของการทดลอง

ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2567 มีการฉีดวัคซีนให้กับผู้เข้าร่วมการทดลองแล้ว 856 คน โดยมุ่งเน้นไปที่บุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดในการสัมผัสเชื้อ

การทดลองวัคซีนและการรักษาครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นความหวังสำหรับรวันดาเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับไวรัสมาร์บูร์กทั่วโลก ซึ่งหากประสบความสำเร็จ อาจช่วยป้องกันและรักษาโรคร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

ความพยายามครั้งนี้จึงถือเป็นการทดลองทางการแพทย์ครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแปลงการรับมือกับไวรัสมาร์บูร์กไปตลอดกาล

ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo