General

‘หมอยง’ ย้ำ 4 กลุ่มนี้…? ติดเชื้อ ‘ฝีดาษลิง’ เสี่ยงเกิดอาการรุนแรง เช็กเลย!

“หมอยง”  ย้ำ 4 กลุ่มนี้…? ติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เสี่ยงเกิดอาการรุนแรง เช็กเลย! พร้อมเผยสาเหตุ ทำไมผู้สูงอายุไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan เรื่อง ฝีดาษวานร MPOX กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงของโรค

ฝีดาษลิง

4 กลุ่มติดเชื้อแล้ว เสี่ยงเกิดอาการรุนแรง

บุคคลที่ติดเชื้อฝีดาษวานรแล้ว จะทำให้เกิดโรครุนแรง ที่จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงมีดังนี้

  • บุคคลที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV และไม่ได้รับการรักษา กินยากดภูมิต้านทาน โรคเรื้อรังที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำร่างกายอ่อนแอ
  • เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี
  • บุคคลที่มีผื่นภูมิแพ้เรื้อรัง eczema
  • สตรีตั้งครรภ์

ฝีดาษลิง

การติดต่อของสายพันธุ์ 1b สามารถติดต่อได้ทางฝ่ายละอองที่ออกมาทางจมูกและปาก และการสัมผัส กับผู้ป่วย การสัมผัสฝอยละออง การติดต่อจึงง่ายกว่าสายพันธุ์ 2b จึงทำให้มีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นได้

ความรุนแรงของโรคสายพันธุ์ 1b มีความรุนแรงมากกว่า 2b ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการติดเชื้อในวัยเด็กและเด็กส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ซึ่งต่างกับผู้ใหญ่ที่มีอายุมาก โดยเฉพาะที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ส่วนใหญ่เคยปลูกฝี ป้องกันฝีดาษหรือไข้ทรพิษมาแล้ว จึงมีภูมิต้านทานข้ามสายพันธุ์ที่มาปกป้องหรือลดอาการของโรคได้บางส่วน

ฝีดาษลิง

ทำไมผู้สูงอายุจึงไม่จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสำหรับ Mpox

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เคยได้รับวัคซีนป้องกันฝีดาษมาแล้ว วัคซีนดังกล่าวเมื่อปลูกฝีแล้วสามารถมีภูมิต้านทานต่อไข้ทรพิษได้ตลอดชีวิต และขณะเดียวกันสามารถข้ามไปปกป้องสายพันธุ์ Mpox ได้ด้วยถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อ หรือลดความรุนแรงของโรคลงได้

ประเทศไทย เลิกปลูกฝีอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2523 ที่จริงแล้วการปลูกฝีเริ่มปลูกน้อยลงตั้งแต่ปีพ.ศ 2517  และเลิกเป็นทางการในปี 2523  แสดงว่าผู้ที่เกิดหลังปี 2523  จะเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการปลูกฝี จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เสี่ยงต่อการติด Mpoxได้มากกว่าผู้ที่เคยปลูกฝีแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo