General

เปิด 6 เหตุผล ที่มูลนิธิสืบใช้อ้างกรณีไม่ต้องการให้เพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

“บารมี ชัยรัตน์” เปิด 6 เหตุผล ที่มูลนิธิสืบใช้อ้างกรณีไม่ต้องการให้เพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

หลังจากรัฐบาลเตรียมกันพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน กว่า 2 แสนไร่ ออกมาเพื่อออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้กับชาวบ้านที่ยังมีข้อขัดแย้งว่า บุกรุกที่อุทยานฯ หรืออุทยานฯ ประกาศทับที่ชาวบ้าน หรือไม่ ทำให้เกิดกระแสการคัดค้านกับนโยบายนี้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีการติดแฮชแท็ก #Saveทับลาน

มูลนิธิสืบ

ล่าสุดนายบารมี ชัยรัตน์ ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน โพตส์ข้อความระบุว่า ตอบประเด็น 6 เหตุผลที่มูลนิธิสืบใช้อ้างกรณีไม่ต้องการให้เพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

ข้อที่ 1. ผิดกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ หากใช้เส้นแนวเขตสำรวจอุทยานแห่งชาติทับลาน ปี 2543 ตามมติ ครม. เป็นแนวเขตทับลาน อุทยานแห่งชาติทับลาน จะเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติกว่า 164,960 ไร่ ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ

ผมเห็นว่า อุทยานฯทับลานประกาศทับป่าวังน้ำเขียว  ป่าครบุรี  ป่าแก่งดินสอ  ป่าแก่งใหญ่และป่าเขาสะโตน  ก็น่าจะเป็นการประกาศทับป่าสงวนอยู่แล้วนี่ครับ  การประกาศป่าสงวนแห่งชาติ นี่เขาออกเป็นกฎกระทรวงครับ ส่วนการเพิกถอนอุทยานและการประกาศ สปก.เขาทำเป็น พระราชกฤษฎีกาครับ    

การดำเนินการออก สปก.นี่คณะกรรมกฤษฎีการเคยให้ความเห็นไว้ว่าถ้าได้มีแผนการดำเนินการและแผนงบประมาณของ สปก.แล้ว เขาก็ถือว่าเป็นการเพิกถอนเขตป่าสงวนครับ

แต่ผมมีความเห็นว่าถ้าประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฎิรูปที่ดินเมื่อไรก็ถือว่าเป็นการเพิกถอนเขตป่าสงวนด้วยทันทีครับ

ข้อที่ 2. กระทบต่อรูปคดี ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ โดยกระทบต่อรูปคดีที่กล่าวโทษดำเนินคดีไว้แล้วตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 และอยู่ระหว่างดำเนินการ เป็นนายทุน/ผู้ครอบครองรายใหม่ 470 ราย และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้ประโยชน์ 23 ราย เนื้อที่กว่า 11,083 – 3 – 20 ไร่

ผมเห็นว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยาน มีอำนาจตามพรบ.อุทยาน ฯ ม.22  ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้เป็นเหตุให้มีสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่หรือมีสิ่งอื่นใดในอุทยานแห่งชาติผิดไปจากสภาพเดิม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ผู้กระทําความผิดทําลายหรือรื้อถอนสิ่งนั้น ๆ ออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติหรือทําให้สิ่งนั้น ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม แล้วแต่กรณีถ้าผู้กระทําความผิดไม่ปฏิบัติตาม หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิด หรือเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่อุทยานแห่งชาติพนักงานเจ้าหน้าที่จะกระทําการดังกล่าวแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งเสียเองก็ได้ตามสมควรแก่กรณีและผู้กระทําความผิดมีหน้าที่ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กระทําการเสียเองนั้น

ซึ่งในกรณีเหล่านั้น กรมอุทยานฯเข้าไปจับกุมดำเนินคดี แต่ไม่ได้ทำการรื้อถอนทั้งที่ทำการรื้อถอนได้ ซึ่งผิดกับการดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ทางกรมอุทยานเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตัดฟันพืชผลของชาวบ้านเลย  และเมื่อมีนโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งให้อำนาจกรมอุทยานเข้าไปยึด รื้อถอนทำลายได้เต็มที่  ทำไมกรมอุทยานไม่ดำเนินการ และปล่อยให้ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อที่ 3.เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน ให้เข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนมือเพื่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศเพิ่มมากขึ้น

ผมเห็นว่า ที่ผ่านมาก็มีรีสอร์ทโรงแรมเป็น 4-500 แห่งอยู่แล้วนี่ครับ ไม่ว่าจะอยู่ในอุทยานหรือใน สปก.ก็คงไม่แตกต่างกันมั๊งครับ  ขนาดกฎหมายเข้มข้นแบบ พรบ.อุทยานก็ยังปล่อยปละละเลยให้บุกรุกกันได้ขนาดนี้ บุกรุกมานับ20-30 ปีแล้วครับ  เปลี่ยนหัวหน้าอุทยานไปตั้งหลายคนแล้วก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้แล้วจะมากังลอะไร

ข้อที่ 4.ลดคุณค่าความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ผืนป่าแห่งนี้เป็นต้นน้ำลำธารที่ไหลหล่อเลี้ยงชุมชนโดยรอบ และเป็นพื้นที่ความหวังในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง

ข้อที่ 5.เปิดโอกาสให้การใช้ประโยชน์ที่ดิน ขุด ถม อัด ตัดไม้ ทำลายสภาพพืชพรรณบริเวณนั้น ผิวดินขาดสิ่งปกคลุมในการรักษาความชุ่มชื้น และช่วยดูดซึมน้ำ จนส่งผลต่อการระบายน้ำตามธรรมชาติและอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างฉับพลันในบริเวณพื้นที่ราบทางตอนล่างตอนช่วงฤดูฝน

ข้อที่ 6.แหล่งที่อยู่อาศัย หากิน หรือเส้นทางอพยพเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่าลดลง เนื่องจากกิจกรรมมนุษย์เข้าไปรบกวนสัตว์ป่าตามแนวเขตเกินความสามารถในการควบคุมในพื้นที่

ทั้งข้อ 4-6 ผมเห็นว่า เป็นเรื่องเดียวกันนั่นแหละครับคือเป็นปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ   แต่สภาพพื้นที่สองแสนกว่าไร่นั้นมันเป็นชุมชน เป็นที่ทำกิน  เป็นหน่วยราชการไปหมดแล้วหรือเปล่าครับ  กรมอุทยานคงไม่ยอมเพิกถอนพื้นที่ที่มีฝูงกระทิง เสือโคร่งมาเดินเพ่นพ่านอยู่ให้กับ สปก.กระมังครับ  ถ้ายกป่าสมบูรณ์แบบนั้นให้ก็มีบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับ สปก.เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2538 ให้กันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ พื้นที่ต้นน้ำลำธาร  พื้นที่ล่อแหลมต่อระบบนิเวศ พื้นที่ป่าที่มีภาระผูกพัน  คืนกรมป่าไม้อยู่แล้วครับ   ระหว่างเขาใหญ่กับทับลานก็มีถนนสาย 304 ตัดผ่ากีดขวางการอพยพของสัตว์ป่าอยู่แล้ว  ถึงมีจะมีการทำเส้นทางให้สัตว์ป่าเคลื่อนย้ายได้ แต่ก็ไม่ได้มีสัตว์ป่าเดินพาเหรด สวนสนามไปมานะครับเพราะมีการจราจรที่พลุกพล่าน เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคอีสานกับภาคตะวันออก

ผมขอแถมอีกนิดเรื่องที่ประธานมูลนิธิสืบพูดไว้ด้วยคือเรื่องการเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื้นที่อยู่ในป่าอนุรักษ์ ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ายิ่งกลายเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีว่าชาวบ้านในที่อื่นๆ ว่าไปบุกรุกป่าอนุรักษ์มากกว่าที่จะไปสืบสวนข้อเท็จจริงว่าใครอยู่มาก่อนใคร   เพราะถ้าชาวบ้านอยู่มาก่อนประกาศอุทยานก็ควรจะเพิกถอนใช่ไหมครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo