General

ทับลาน ทับใครมาบ้างก่อนเป็นอุทยานฯ

ทับลานทับใครมาบ้างก่อนจะเป็นอุทยานฯ ผืนดินทำกินของชาว กับป่าอนุรักษ์มานานหลายสิบปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊ก วรา จันทร์มณี ลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม นักวิชาการอิสระด้านสังคมศาสตร์ แชร์โพสต์ขอLand Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน ที่พูดถึงกระแส #saveทับลาน โดยมีข้อความระบุว่า ทับลาน ทับใครมาบ้างก่อนเป็นอุทยานฯ

ทับลาน2
กระแส #saveทับลาน พุ่งขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ในประเทศไทย พร้อมกับกระแสที่ออกมาเรียกร้องให้คัดค้านการประกาศเส้นแนวเขตที่จะทำให้สูญเสียพื้นที่ป่ากว่า 2.6 แสนไร่ ทำให้ผู้คนต่างสนใจประเด็นอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นอย่างมาก ตลอดทั้งวันจึงมีผู้คนทั้ง อินฟลูเอนเซอร์ เพจข่าวต่างๆ ออกมาตอบรับกระแส #saveทับลาน กันอย่างล้นหลาม จนผู้คนเริ่มมีข้อสงสัยในข้อเท็จจริง บางอย่างของกระแสนี้ และเริ่มตั้งข้อสงสัยกับ #saveทับลาน เช่น อำเภอคมลักษณ์ ไชยยะ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
“การล่ารายชื่อคัดค้านกันพื้นที่ อช.ทับลาน น่าจะมีการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนพอ มันมีเรื่องสิทธิชุมชนที่เป็นประเด็นประกาศที่ทับซ้อนอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มีการปลุกกระแสจนเหมือนคนอ่านคิดว่าเป็นเรื่องนายทุนรุกที่ป่าเท่านั้น”
หลายคนจึงเริ่มสับสนกับข้อมูล ประวัติความเป็นมา ตัวละครที่อยู่ในพื้นที่แล้วสถานการณ์ในพื้นที่เกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้ Land Watch Thai จึงอยากนำเสนอข้อมูลอีกด้านที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติทับลาน ก่อนจะมาถึง #saveทับลาน ทับลานทับใครมาบ้างก่อนจะเป็นอุทยานฯ
1.การจะทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องสืบย้อนไปถึงที่มาขอความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย งั้นเรามาเริ่มกันที่จุดเริ่มต้นกันก่อน ปัญหาของเรื่องนี้มันเริ่มมาจาก แนวเขตอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นการประกาศโดยกรมป่าไม้ (ในขณะนั้น) โดยการประกาศแนวเขต ไม่ได้มีการสำรวจและกันพื้นที่ชุมชนออกจากแนวเขตอุทยานฯ จึงทำให้อุทยานแห่งชาติทับลานไปทับซ้อนทับกับพื้นที่ชุมชนและเขตปฏิรูปที่ดิน ที่กรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและสหกรณ์ โดยกำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ในปี พ.ศ. 2521 ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยไปกู้เงินธนาคารโลกเพื่อมาจัดสรรที่ดิน
2. เส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี พ.ศ. 2524 นี้ยังซ้อนทับกับพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งตามพ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 และชุมชนที่รัฐโดยฝ่ายความมั่นคง อพยพชุมชนที่อยู่กระจัดกระจาย ให้มารวมกันและจัดตั้งหมู่บ้าน ภายใต้ชื่อชุมชน “ไทยสามัคคี” ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่อุทยานฯประกาศทับลงไป
3. ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ดำเนินการโครงการของรัฐเพื่อความมั่นคงตามมติคณะรัฐมนตรี คือ โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ (พมพ.) และโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับราษฏรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐเอง สะท้อนให้เห็นว่า สภาพของพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีสภาพพื้นที่เป็น ป่าไม้ แล้ว
4. พ.ศ. 2533 กอ.รมน.ภาค 2 ได้เสนอให้กรมป่าไม้ (ในขณะนั้น) แก้ไขปรับปรุงแนวเขต โดยมีข้อเสนอให้ปรับปรุงแนวเขต โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติ 22 เมษายน 2540 ยืนยันแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยด้วยการปรับปรุงแนวเขต ซึ่งกระบวนการปรับปรุงแนวเขตนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ชุมชน ในพื้นที่และองค์กรปกครงอส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการสำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่ ฝังหลักแนวเขตอุทยานร่วมกันเป็นเส้นแนวเขตใหม่ ในปี พ.ศ. 2543 ตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
5.พ.ศ. 2545 เกิดการปฏิรูประบบราชการ และจัดตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขึ้นมาเป็นหน่วยงานใหม่ ซึ่งกรมอุทยานได้แบ่งกลุ่มและแนวทางในการแก้ไขปัญหาออกเป็น 3 แนวทางอย่างชัดเจน คือ
  • กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอวังน้ำเขียว ออำเภอครบุรี และอำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 58,582 ไร่
  • กลุ่มที่ 2 พื้นที่จัดที่ดินทำกินตามโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฏรผู้ยากไร้ (คจก.) อำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 59,183 ไร่ สภาพเป็นพื้นที่ที่กินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านเต็มพื้นที่เห็นควรให้ดำเนินการตามมติ ครม.ตามมติ ค.ร.ม. 30 มิถุนายน พ.ศ.2541
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่ม 3 ราษฎรที่อยู่อาศัย/ทำกินในเขตอุทยานฯ ทับลาน และปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 152,072 ไร่
ทับลาน
6. ข้อสังเกต ของแนวทางการแก้ไขปัญหา คือทางหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กรมอุทยาน ส.ป.ก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาออกมาอย่างชัดเจน เห็นได้จากในปี พ.ศ.2548 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช โดยได้มีหนังสือยืนยันต่อศูนย์มรดกโลก องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางธรรมชาติผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ว่าจะมีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานอย่างแน่นอน โดยกันพื้นที่ส่วนที่เป็นชุมชนและป่าเสื่อมโทรมออกและผนวกพื้นที่ส่วนที่เป็นป่าสมบูรณ์เข้ามา โดยมีแนวเขตและเนื้อที่สอดคล้องกับเส้นแนวเขตปี พ.ศ. 2543
7. เส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี พ.ศ. 2543 จึงไม่ใช่เส้นที่เกิดขึ้นจากการขีดเขตแผนที่ในห้องปฏิบัติงานของส่วนกลาง แต่เป็นเส้นที่เกิดจากการตรวจสอบร่วมกันในพื้นที่จริง มีความถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ มีขั้นตอนทางกฎหมายและคำสั่งของทางราชการรองรับ เพียงแต่ยังไม่เกิดผลใช้บังคับในทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการขาดความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลและการขาดความจริงจังในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล
8. แต่ไม่รู้ด้วยกระแสแบบไหน จึงทำให้รายละเอียดของปัญหากรณีทับลานถูกนำเสนอเพียงแค่ภาพของกลุ่มนายทุนได้ประโยชน์จากการกำหนดเส้นแนวเขตร่วมกันนี้ ภาพของผืนป่าที่ถูก ใช้คำว่า “เฉือนออกไป” จึงเป็นการบิดเบือน บดบังข้อเท็จจริงของภาพที่คนในพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัยมาแต่เดิมเหล่านี้
9. ศ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ตั้งข้อสังเกตุว่ากรณี #saveทับลาน อุทยานแห่งชาติหลายแห่ง ซึ่งจัดตั้งโดยไม่เคยสนใจที่จะสำรวจและกันพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่อยู่มาก่อนออกก่อนที่จะประกาศเป็นเขตป่า สนใจแต่จะเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากเข้าไว้ แต่ไม่สนสี่สนแปดว่า ป่าที่จัดตั้งขึ้นนั้นไปแย่งที่ทำกินของใครเขามาบ้าง กลายเป็นชนวนความขัดแย้ง เผชิญหน้าระหว่างรัฐกับชุมชนเรื้อรังมานานหลายทศวรรษ อุทยานแห่งชาติทับลาน ก็เช่นกัน
10. การใช้วาทกรรม “ผืนป่าที่ถูกเฉือน” ของกลุ่มอนุรักษ์บางกลุ่ม จึงเป็นการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปั่นกระแสเขียวตกขอบในหมู่ชนชั้นกลางอย่างจงใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง ผืนดินทำกินของชาวบ้านต่างหากที่ถูกเฉือนไปเซ่นป่าอนุรักษ์มานานหลายสิบปี อุทยานประกาศปี 2524 ชาวบ้านบางกลุ่มอยู่กันมาตั้งแต่ก่อนปี 2515 ด้วยซ้ำไป แบบนี้ไม่เรียกว่าอุทยานบุกรุกที่ชาวบ้าน จะให้เรียกว่าอะไร การใช้ข้ออ้างเรื่องกลัวกลุ่มทุนจะมาฮุบเพิ่มจึงเป็นข้ออ้างแบบเหมาเข่ง ดังนั้น จึงไม่ควรเพิกถอนป่าที่ไปแย่งชาวบ้านเขามา และคืนสิทธิให้กับเจ้าของที่ดินที่อยู่มาก่อน #saveทับลาน #หรือsaveอะไรก่อนดี
แหล่งอ้างอิง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo