General

7 วันอันตราย สงกรานต์ 2567 วันแรกดับแล้ว 25 ราย กรุงเทพมากสุด 3 ราย จากอุบัติเหตุ 234 ครั้ง

7 วันอันตราย สงกรานต์ 2567 วันแรกดับแล้ว 25 ราย กรุงเทพมากสุด 3 ราย จากอุบัติเหตุ 234 ครั้ง สาเหตุหลักขับรถเร็ว

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เปิดเผยว่า ประชาชนบางส่วนเดินทางถึงภูมิลำเนา หรือสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว แต่ยังมีประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างเดินทาง

7 วันอันตราย

บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่าง ๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรเคร่งครัด พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ และดูแลความพร้อมของพนักงานขับรถ

รวมถึงกวดขันจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้อยู่ในเวลาที่กำหนดเท่านั้น และไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี กรณีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับแล้วเสียชีวิต ให้มีการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผู้ที่สนับสนุนให้เด็กดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

7 วันอันตราย

ตลอดจนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งจุดบริการประชาชนโดยพิจารณาเลือกพื้นที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางช่องทางจราจร มีระยะห่างจากขอบทาง โดยเฉพาะพื้นผิวจราจรเปียก หรือมีน้ำขังจากการเล่นน้ำ ควรจัดให้มีเครื่องหมาย กรวย หรือป้ายแสดงให้เห็นจุดบริการ

สำหรับพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์จะต้องเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยและปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด (Zoning) โดยประสานตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน

7 วันอันตราย

7 วันอันตราย วันแรกดับแล้ว 25 ราย

สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่อย่างปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 234 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 248 คน ผู้เสียชีวิต 25 ราย

437856921 733178158988591 8589929556501792565 n

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 44.02% ตัดหน้ากระชั้นชิด 20.94% ดื่มแล้วขับ 16.67% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 86.07% ส่วนใหญ่ เกิดบนเส้นทางตรง 85.90% ถนนกรมทางหลวง 47.01% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 23.50%

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 16.01 – 17.00 น. 8.55% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี 16.48% จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,729 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,203 คน

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา (11 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา (13 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ราย)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo