General

บอร์ด สปสช. เคาะเดินหน้า 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เฟส 2

บอร์ด สปสช. เห็นชอบขยายพื้นที่รองรับการขับเคลื่อนนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ระยะที่ 2 เพื่อเดินหน้านโยบายฯ ต่อใน 8 จังหวัดนำร่อง เตรียมพร้อมเริ่ม 1 มีนาคมนี้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีวาระการประชุมเรื่อง การขยายพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ในระยะที่ 2 โดยที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินการนโยบายในระยะที่ 1 พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว.oระยะที่ 2

30 บาทรักษาทุกที่

ทั้งนี้ในพื้นที่ 4 จังหวัด นำร่องนโนบาย 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ระยะที่ 1 ในส่วนที่เป็นบทบาทของ สปสช. ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในการสร้างระบบนิเวศการให้บริการภายใต้นโยบาย โดยมีหน่วยนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกเวชกรรม ร้านยา ฯลฯ ที่มาเข้าร่วมให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 541 แห่ง เกินจากเป้าหมายที่วางไว้ที่ 478 แห่ง ซึ่งช่วยให้ประชาชนมีหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านใกล้ใจมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเชื่อมข้อมูลทุกระบบ เพื่อการเบิกจ่ายในทุกหน่วยบริการ การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจสอบก่อนจ่ายให้หน่วยบริการ และการใช้ระบบการแสดงตนยืนยันสิทธิหลังสิ้นสุดบริการ ทำให้หน่วยบริการใน 4 จังหวัดนำร่องกว่า 70% ได้รับค่าบริการจาก สปสช. ภายใน 3 วัน ตามเป้าหมาย โดยข้อมูลจากวันที่ 7 มกราคม-17 กุมภาพันธ์ 2567 สปสช. จ่ายค่าบริการให้กับหน่วยบริการแล้วกว่า 71 ล้านบาท

นพ.ชลน่าน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาระบบกำกับติดตามกระบวนการ เพื่อป้องกันการรับบริการซ้ำซ้อนภายในวันเดียวกัน หรือที่หลายคนเรียกว่า Shopping Around ตลอดจนการร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ในการจัดให้มีกลไกการกำกับการเข้าถึงบริการ และคุณภาพมาตรฐานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

วันนี้เราดำเนินการไปใน 4 จังหวัดนำร่อง ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ก็ได้เสียงตอบรับเชิงบวกจากทุกภาคส่วนว่านับว่าเป็นความสำคัญในการเป็นก้าวแรกที่ได้เริ่มพลิกโฉมระบบบริการสุขภาพ และหลังจากนี้จะพัฒนาระบบและยกระดับขึ้นต่อไป โดยเป้าหมายของเราก็คือจะขยายไปทั่วประเทศในสิ้นปีนี้

ส่วนการเข้าสู่ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการนำ 4 จังหวัดนำร่องมาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับ 8 จังหวัดเป้าหมายระยะที่ 2 คือ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี พังงา หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ นครราชสีมา และสระแก้ว และเตรียมแผนปฏิบัติการในการดำเนินการ โดยมั่นใจว่า 8 จังหวัดมีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการ โดยจะเริ่มเปิดงานคิกออฟระยะที่ 2 ที่ โคราชประมาณต้นเดือน มีนาคมนี้

จเด็ด
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในส่วนข้อมูลภาพรวมมีหน่วยบริการนวัตกรรมวิถีใหม่สมัครเข้าร่วมให้บริการใน 8 จังหวัดแล้ว จำนวน 451 แห่ง ประกอบด้วย ร้านยา 281 แห่ง คลินิกการพยาบาล 86 แห่ง ทันตกรรม 50 แห่ง กายภาพบำบัด 12 แห่ง คลินิกเวชกรรม 8 แห่ง คลินิกเทคนิคการแพทย์ 5 แห่ง และคลินิกแพทย์แผนไทย 4 แห่ง เป็นต้น

เมื่อแยกข้อมูลรายจังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีหน่วยบริการนวัตกรรมวิถีใหม่รวมให้บริการเพิ่มเติม ดังนี้ 1. เพชรบูรณ์ 55 แห่ง 2. นครสวรรค์ 73 แห่ง 3. สิงห์บุรี 13 แห่ง 4. สระแก้ว 35 แห่ง 5. หนองบัวลำภู 35 แห่ง 6. นครราชสีมา 205 แห่ง 7. อำนาจเจริญ 19 แห่ง และ 8. พังงา 16 แห่ง

อย่างไรก็ตามเพื่อเตรียมความพร้อม สปสช. ได้มีการลงพื้นที่ใน 8 จังหวัดที่จะขยายนโยบายเพิ่มเติมแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมและเชิญชวนผู้ประกอบการสถานพยาบาลภาคเอกชนเข้าร่วมบริการ โดยร่วมกับผู้แทนสภาวิชาชีพที่ร่วมให้บริการ อาทิ แพทยสภา สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา เป็นต้น รวมทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo