เปิดขุมทรัพย์ “กำนันนก” รวยอู้ฟู่ ธุรกิจ 2 บริษัท รายได้ 6,900 ล้าน “ดีเอสไอ” จ่อเชือด 2 โครงการ อาจเข้าฮั้วประมูล ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” ลุยสอบต่อพบข้าราชการ เอี่ยวคดี ฟันไม่เลี้ยง!!
ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 เกิดเหตุคนร้ายลั่นกระสุนสังหาร พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม สถานที่เกิดเหตุคือบริษัทรับเหมาก่อสร้างของกำนันชื่อดัง จังหวัดนครปฐม ต่อมามีการเปิดเผลชื่อคือ คือ นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” อายุ 34 ปี ในวันเกิดเหตุมีงานเลี้ยงที่บ้านกำนันนกเชิญตำรวจหลายนาย รวมทั้ง พ.ต.ต.ศิวกร และพ.ต.ท.วศิน มาร่วมงานด้วย ก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว มีรายงานว่ากำนันนกและนายตำรวจทั้งสองมีปากเสียงกัน และเป็นที่น่าตกใจ หลังเกิดเหตุมีการทำลายหลักฐานกล้องวงจรปิดทั้งหมด และตำรวจเป็นคนพา “กำนันนก” หลบหนี

ต่อมาศาลจังหวัดนครปฐมอนุมัติออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายธนัญชัย หมั่นมาก ชื่อ-สกุลจริงของ “หน่อง ท่าผา” อายุ 45 ปี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน” ส่วนกำนันนก ตกเป็นผู้ต้องหาในการสั่งการให้ “หน่อง ท่าผา” เป็นผู้กระทำความผิด

เช้าตรู่วันที่ 8 กันยายน 2566 “หน่อง ท่าผา” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) วิสามัญ ขณะพยายามต่อสู้ตำรวจเพื่อหลบหนีการจับกุม ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น (ด่วน! วิสามัญ ‘หน่อง ท่าผา’ ผู้ต้องหายิงสารวัตรทางหลวง)
ส่วน “กำนันนก” ถูกหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.469/2566 ลงวันที่ 7 ก.ย.2566 ในความผิดฐาน “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น” เขาเข้ามอบตัวช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น โดยยืนกรานปฏิเสธในข้อกล่าวหา อ้างว่าลูกน้องเป็นผู้ลงมือเอง เขาไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง

ค้นบ้านกำนันนก! พบรถหรูเบนท์ลีย์-มินิคูเปอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจสอบสวนกลาง และชุดหนุมาน นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพักของกำนันนกใน ต.ตากล้อง อ.เมือง จ.นครปฐม เพื่อติดตามตัวและค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ภายในบ้านของกำนันนกมีสระว่ายแบบพูลวิลล่า มีการทำที่จอดรถเป็นห้องกระจก คล้ายโชว์รูมรถ ซึ่งภายในมีรถหรูหลายคันจอดอยู่ ทั้งรถเบนท์ลีย์ รถมินิ รถเบนซ์ นอกจากนี้ ยังมีรถบดถนน

เมื่อ “กำนันนก” ปรากฎเป็นข่าวดัง ลูกน้องคนสนิท ยิง “ตำรวจทางหลวง” เสียชีวิต 1 ราย และ ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน กลางวงงานเลี้ยงตำรวจร่วมงานคับคั่ง โดยเฉพาะยิ่ง เมื่อมีการตรวจค้นบ้านพัก พบว่าใหญ่โต แถมยังครอบครองรถหรูยี่ห้อเบนท์ลีย์ รุ่นเบนเทย์กา ปี 2020 ราคาที่ขายในไทยราว 26 ล้านบาท จนเกิดคำถามว่า “กำนันนก” ทำอะไร เพราะเพียงแค่ “เงินเดือนกำนัน” 12,000 บาท เท่านั้น

2 บริษัท “กำนันนก” ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รายได้กว่า 6,900 ล้าน
เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า “กำนันนก” นอกจากจะรับตำแหน่งกำนันแล้ว ยังมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ถึง 2 บริษัท ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ข้อมูลการถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบ Creden Data พบว่า
- บริษัทแรก คือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด กำนันนก ถือหุ้น 15%
- บริษัทที่สอง คือ บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด กำนันนก ถือหุ้น 90%
นางพิชญา ธารากรสันติ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ “กองคดีฮั้วประมูล” แถลงข่าวการสืบสวนเครือข่ายบริษัทของ “กำนันนก” ที่อาจเข้าข่ายการฮั้วประมูลฯ
เบื้องต้นพบว่า มี 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้างของ “กำนันนก” ที่รับงานจัดซื้อจัดจ้างจากรัฐ ได้แก่ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท ป.รวีกนกก่อสร้าง จำกัด โดยทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว ได้ประมูลจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานรัฐ 7 หน่วยงาน ห้วงปีงบประมาณ 2554-2566 รวมทั้งสิ้น 1,544 โครงการ รวมมูลค่าตามงบประมาณ 7,500 ล้านกว่าบาท และมูลค่าเงินที่ทำสัญญาจริงกว่า 6,900 ล้าน

นำร่องตรวจสอบ 2 โครงการที่พบพิรุธ
1.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย ต.ลำลูกบัว – บรรจบทางหลวงหมายเลข 346 ด้วยวิธีการ e-bidding ปีงบประมาณ 2564 งบประมาณ 350 ล้านบาท
2.โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 375 สาย อ.ดอนตูม – ต.ลำลูกบัว ด้วยวิธีการ e-bidding ปีงบประมาณ 2560 งบประมาณ 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภายในวันที่ 18-20 กันยายน DSI ได้ ออกหมายเรียก ให้บรรดาบริษัทที่ซื้อซองประมูลทั้ง 2 โครงการ แต่ไม่ได้เข้า e-bidding จำนวน 58 บริษัท และพยาน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน DSI เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งถ้าหากชี้ชัดได้แน่ว่า บริษัท ทั้ง 2 ของกำนันนก มีพฤติการณ์ฮั้วประมูลและข่มขู่จริง ก็เตรียมที่จะบรรจุเป็นคดีพิเศษและดำเนินคดีต่อไป
“บิ๊กโจ๊ก” แถลงกู้เซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 13 ตัว ชี้ชัดทุกคนให้การขัดแย้ง
วานนี้ (14 ก.ย.) เวลา 21.45 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้าคดีที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 7 เมื่อมาถึงได้ขึ้นไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่กู้ได้จากเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นได้ลงมาแถลงข่าวระบุว่า ในบ้านกำนันนก มีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 กล้อง กู้เซิร์ฟเวอร์ได้มา 13 กล้อง สมบูรณ์ 100% เห็นภาพและได้ยินเสียงชัดเจน ว่าใครทำหน้าที่อะไร ก่อนและหลังเกิดเหตุ ใครโกหกว่าช่วยเหลือคนเจ็บ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ช่วย ส่วนกล้องวงจรปิดที่เหลืออีก 2 กล้อง กำลังเร่งดำเนินการ คาดว่าวันนี้ (15 ก.ย.) ช่วงบ่ายจะได้ภาพครบทั้งหมด แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดพฤติการณ์ได้ว่าคนไหนทำอะไรอยู่เพราะเกี่ยวกับเรื่องคดีและเป็นข้อมูลในสำนวนการสอบสวน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากคำให้การทั้งหมด ทุกคนให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง วันนี้จะมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในคเีอาญา รวมถึงการให้การเท็จต่าง ๆ ส่วนใครจะมีความผิดอย่างไร จะประชุมคณะทำงานและค่อย ๆ ไล่เรียงไป ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ต้องมาไล่เรียงอีกครั้ง
“ในวันเกิดเหตุ จากหลักฐานพบว่า ทั้งตำรวจและพลเรือนเกือบทุกคน พกปืนจำนวนมาก จะเห็นว่าต่างคนต่างหนี หลังปืนนัดแรกดังขึ้น เรียกว่าไม่มีการทำหน้าที่ และไม่มีใครจับผู้ก่อเหตุ ไม่มีใครพยายามที่จะระงับเหตุ ซึ่งทุกคนเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล , กลุ่มที่หลบหนี และกลุ่มที่ช่วยควบคุมพื้นที่หลังเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเห็นชัดเจนว่า มีใครทำหน้าที่ส่งโรงพยาบาลกี่คน ใครค่อยช่วยเหลือคุมกันกำนันนก และใครหนีไปเลย” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

ลุยสอบเส้นทางการเงิน ไม่จบแค่ “กำนันนก” แต่จะตรวจถึงเจ้าหน้าที่รัฐ
ตอนนี้เรื่องสำคัญคือการตรวจเรื่องเส้นทางการเงินทั้งหมดว่า เงินที่เข้ามานั้นถูกต้องหรือไม่ การประมูลโครงการทั้งหมด 1,500 โครงการ เป็นการประมูลที่ถูกต้องหรือไม่ มีการเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งวันนี้ทุกส่วนตั้งทีมร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันว่าใครทำอะไร ตรวจสอบเรื่องไหน เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่วนนี้ ป.ป.ง.จะเป็นคนดำเนินการ ถ้ามีความผิดก็ต้องนำไปสู่ความผิดฐานฟอกเงินและยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำตามมา และส่วนที่ 2 ต้องไล่เรื่องส่วยสติกเกอร์ว่ามีการประกอบกิจการน้ำหนักเกินหรือไม่

นอกจากนี้แล้ว จะมีการ ประชุมวันอังคารหน้างาน 10:00 น เพื่อเป็นการ มอบหมายการบ้านชุดใหญ่ จะมีเรื่องของเส้นทางการเงิน เกี่ยวกับการประมูลงานกว่า 1,500 โครงการ ซึ่งมีข้อมูลเจ้าหน้าที่คนใดส่งข้อมูลเพื่อเอื้อช่วยว่าเงินเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และได้มีการหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ ขณะนี้มีข้อมูลเจ้าหน้าที่คนใดส่งข้อมูล e-bidding ซึ่งจะมีการไล่ความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ให้มีการ ยึดทรัพย์ รวมทั้งสวยสติ๊กเกอร์ ว่าประกอบกิจการ บรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ ซึ่งจะมีการได้สืบสวนต่อ ไม่จบแค่กำนันนกแต่จะตรวจถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ในทุกส่วนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการประมูลงานได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงภาพกล้องวงจรปิดบ้าน ‘กำนันนก’ ขัดแย้งกับคำให้การทุกคน
- ‘บิ๊กโจ๊ก’ ประสานงาน สตง. เร่งตรวจสอบฮั้วประมูล ‘กำนันนก’
- อัยการปรเมศวร์ ชี้ คดีกำนันนก มหากาพย์ยิ่งกว่าคดีไซยาไนด์ ขบวนการส่วยต้องขวัญผวา!