กรมชลฯ คุมใช้น้ำเคร่งครัด เผย 5 เขื่อนมีน้ำน้อยแค่ 30% เน้นใช้อุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น วอนใช้น้ำประหยัด รับมือ เอลนีโญ
ดร. ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศว่า ณ ปัจจุบัน (2 ส.ค. 66) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 39,201 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 51% มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 15,260 ล้าน ลบ.ม. หรือ 29%

5 เขื่อนมีน้ำน้อยแค่ 30% ของความจุอ่าง
ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% ของความจุอ่างฯ ที่จะต้องมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ได้แก่
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
- เขื่อนกระเสียว
- เขื่อนนฤบดินทรจินดา
- เขื่อนปราณบุรี
ปัจจุบันหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด โดยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

จัดสรรน้ำอย่างประณีต รับมือเอลนีโญ
ทางด้านโครงการชลประทานทั่วประเทศ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- จับตา ‘เอลนีโญ’ ส่งผลต่อ ‘GDP เกษตร’ ปี 66 ที่คาดขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5-2.5%
- กรมชลฯ สั่งทุกหน่วยทั่วประเทศ รับมือ ‘พายุตาลิม’ พร้อมบริหารจัดการน้ำ ผลจากเอลนีโญ
- กอนช. พร้อมรับมือ พายุโซนร้อน ‘ตาลิม’ คาดช่วยเพิ่ม ‘น้ำต้นทุน’ กว่า 1.4 พันล้าน ลบ.ม. ลดภัยแล้งจากเอลนีโญ