“แม่ทัพภาคที่ 4” ลงพื้นที่เกิดเหตุ “โกดังพลุระเบิด” เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมสั่งตรวจละเอียดโกดังเก็บพลุอีก 52 แห่งในจังหวัดนราธิวาส หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย
วันนี้ (30 ก.ค.) พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางมายังกองอำนวยการร่วม ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามกีฬา อบต.มูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเหตุโกดังเก็บพลุ ซึ่งตั้งอยู่บ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก เกิดระเบิดขึ้น ขณะที่ช่างกำลังเชื่อมต่อเติมชั้นวางของภายในโกดังจัดเก็บดอกไม้เพลิง และพลุนานชนิดจำนวนกว่า 2 คันรถสิบล้อ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เมื่อเดินทางมาถึง มีพล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาค 4 พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียน ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.อนุราช จิตศีล นักวิทยาศาสตร์ สบ.5 ศูนย์กองพิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.นราธิวาส รวม 20 นาย ให้การต้อนรับ
ทั้งหมดเข้าร่วมประชุมในการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี ร.ท.พัฒนาวุฒิ สังข์สุวรรณ ผบ.ร้อยป้องกันชายแดนที่ 3 กก.สุริโยทัย เป็นผู้บรรยายตั้งแต่การเกิดระเบิด การควบคุมสถานการณ์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกห่างจุดเกิดเหตุ เกรงจะได้รับอันตรายระหว่างไฟลุกลามกองดอกไม้เพลิง ที่ปะทุเป็นเวลานานหลายชั่วโม

พล.ท.ศานติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้บูรณาการในการปฏิบัติ แบ่งการทำงานให้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการขออนุญาตการตั้งโกดังถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ อีโอดี.ต้องเร่งและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การระเบิดในครั้งนี้ พบหลุมระเบิด 2 จุดในโกดังค่อนข้างลึก หากเป็นระเบิดจะมีน้ำหนักประมาณกี่กิโลกรัม และในส่วนของการครอบครองดอกไม้เพลิงสามารถเก็บไว้ในโกดังได้เท่าใด
“ผมยังได้สั่งตรวจสอบโกดังต่าง ๆ ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส ไปแล้ว มีทั้งหมด 52 แห่ง มีการดำเนินการตามระเบียนของการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก”

พล.ท.ศานติ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการสอบสวนดำเนินคดีว่า โกดังนี้ขออนุญาตในทุกเรื่องถูกต้องหรือไม่ โดยทาง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ชี้แจงว่าใครที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักและ อีโอดี.ด้วย
ที่ตรงนี้ก่อนช่วงเดือนรอมฎอน ตนเองได้สั่งการไปแล้วครั้งหนึ่งว่า ร้านค้าที่ขายพลุประทัดต่าง ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ให้ทำการตรวจสอบในทุกพื้นที่ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งอาจจะมีหลงเหลือ หรือแอบกันอยู่บ้าง หลังจากนี้ไปให้ตรวจสอบทุกจังหวัด ให้เข้าในทุกโกดังร้านค้าว่าถูกต้องหรือไม่ ทั้งครอบครอง เคลื่อนย้ายหรือจำหน่าย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

ขณะที่รายงานข่าว ระบุว่า ได้มีการพูดคุยให้รายละเอียดในทางลับว่า จากการประเมินของหลุมระเบิด รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการระเบิดของดินดำ หรือดินเทา ที่เป็นส่วนผสมของดอกไม้เพลิง ที่เก็บไว้ในโกดัง ซึ่งมีปริมาณมาก 2 ถึง 3 คันรถสิบล้อนั้น คาดว่าจะมีน้ำหนักมากถึง 5 ตันหรือ 5,000 กก. มีรัศมีการทำลายล้างไกลถึง 2 กม.
ในส่วนของการขออนุญาตมีการจดทะเบียนนั้น เจ้าหน้าที่ได้มีการประสานไปยังเจ้าของได้รับทราบเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะมาพบเจ้าหน้าที่เมื่อใด หลังจากที่ได้พาสมาชิกในครอบครัวไปท่องเที่ยวต่างพื้นที่ในช่วงวันหยุดยาว
ด้าน พล.ต.ต.อนุรธ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางคดีนั้นมีความผิดหลายกระทง คือ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญา ห้ามมิให้ผู้ใดทำสั่งนำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการเก็บรักษาดอกไม้เพลิงอันอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.อาวุธ เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

“เรื่องอื่นที่อยู่การสอบสวนในรายละเอียด เช่น ผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ผู้ใดกระทำให้เกิดการระเบิดเพลิงไหม้จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ซึ่งเป็นโรงเรือน และเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย อันตราย สาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต”
ภาพ: เฟซบุ๊กเพจ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส แม่ทัพภาคที่ 4
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘สาธารณสุข’ เฝ้าระวังสุขภาพจากสารเคมี เหตุ ‘โกดังพลุระเบิด’ ยอดตายล่าสุด 12 ราย
- วอนประชาชน อย่าค้นหาเอง ญาติพี่น้องสูญหาย เหตุ ‘โกดังพลุระเบิด’ ให้เข้าแจ้งศูนย์ช่วยเหลือ
- ‘โกดังพลุระเบิด’ ยอดตายพุ่ง 11 ราย สาหัส 15 ราย