COVID-19

อัพเดทสถานการณ์โควิดไทย เทียบหลายประเทศ เมื่อใกล้เป็นโรคประจำถิ่น

“ดร.สันต์” ประเมินสถานการณ์ล่าสุดโควิด เทียบไทยกับหลายประเทศ เมื่อใกล้ประกาศเป็นโรคประจำถิ่น

ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท กรีนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sunt Srianthumrong ส่องสถานการณ์โควิด แนะไม่ควรรีบถอดหน้ากาก โดยระบุว่า

โรคประจำถิ่น

โควิด-19 อัพเดทภาพรวมตัวเลข เมื่อใกล้โรคประจำถิ่น (Endemic) ประเด็นอะไรบ้างที่ยังน่าติดตาม ไทย จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา สถานการณ์จริงของไทยเป็นอย่างไรกันแน่

จีน

1. ชนะ Omicron เรียบร้อย เข้าปลาย Wave โดยมี %Increase ของ New Case ลดลงต่ำกว่า 0.1% ในวันนี้ ถือว่าจบแล้ว

2. ผู้ติดเชื้อแบบมีอาการเหลือวันละร้อยต้น ๆ รัฐบาลจีนเก็บอีกนิดหน่อยก็จะลงศูนย์ ส่วนแบบไม่มีอาการที่มากกว่าเป็น 10-20 เท่าก็จะลงศูนย์เช่นกัน

จีน

3. การ Lockdown ได้ผลดีพอๆกับช่วงอู่ฮั่น แม้ว่า Omicron จะเก่งกว่าไวรัสเดิมมากก็ตาม

4. คลาย Lockdown ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วง

5. น่าจะยึดนโยบาย Zero Covid ปิดประเทศต่ออีก 1-2 ปี

6. ไม่น่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย อย่างน้อยก็ถึงต้นปี 2567

ไต้หวัน ประชากร 23.9 ล้านคน

1. กำลังอยู่ที่จุดสูงสุดของ Wave สัปดาห์หน้าจะเริ่มเป็นขาลง สถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น

2. อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.2-0.3% สูงกว่าปกติที่ควรจะอยู่ที่ 0.05% สำหรับระดับวัคซีน Booster 60% น่าจะเกิดจากรายงานผู้ติดเชื้อต่ำกว่าความเป็นจริง

3. ผู้ติดเชื้อรายงานสูงสุดอยู่ที่ราวๆ 90,000 กว่าคน แต่เป็นไปได้ว่ามีผู้ติดเชื้อจริงที่ตรวจ ATK แต่ไม่ได้รายงานจำนวนมาก ถ้ารวมหมดอาจจะ 3-4 แสนคนต่อวัน

ไต้หวัน

4. ผู้เสียชีวิตมากกว่าวันละ 100 คนแล้ว น่าจะไปสูงสุดช่วงกลาง มิ.ย. ที่ราวๆ 160 – 200 คนต่อวัน

5. ผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวัน ที่รายงานน่าจะลงเหลือระดับ 2-3 หมื่นคนช่วง 1 กรกฎาคม

6. ผู้ติดเชื้อรวมน่าจะถึง 50% ของประชากรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

7. ไต้หวันน่าจะเปิดประเทศได้ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าเช่นกัน

ญี่ปุ่น ประชากร 125.7 ล้านคน

1. ติดเชื้อเหลือวันละ 3-4 หมื่นคน

2. เสียชีวิตเหลือวันละ 50 คน

3. เปิดประเทศได้แน่นอน ไม่น่ามีปัญหา

ยุโรป สหรัฐ

1. อังกฤษ ถอดหน้ากากหมดแล้ว เสียชีวิตเหลือวันละ 60 คน ติดเชื้อรายงานวันละไม่ถึงหมื่นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ของจริงน่าจะประมาณ 6 หมื่น-1.2 แสนคน

2. สหรัฐ ถอดหน้ากากหมดแล้ว เสียชีวิตเหลือวันละ 300 คน ติดเชื้อรายงานวันละแสนกว่า แต่น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริง ของจริงมีโอกาสสูงถึง 3 แสนคน

3. เยอรมนี เสียชีวิตเหลือวันละ 90 คน ติดเชื้อรายงานวันละ 4-5 หมื่นคน ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ของจริงน่าจะประมาณ 9 หมื่น-1.8 แสน

4. ฝรั่งเศส เสียชีวิตเหลือวันละ 50 คน ติดเชื้อรายงานวันละ 2-3 หมื่นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ของจริงน่าจะประมาณ 5 หมื่น-1 แสนคน

5. ที่นี่ ยุโรป อเมริกา เขาถือว่า Covid จบแล้ว แต่ก็ยังมีติดเชื้อและเสียชีวิตอยู่พอสมควร แต่ก็น่าจะลดลงเรื่อยๆ ถ้าวัคซีน Gen 2 มาคงดีกว่านี้อีก

ไทยแลนด์

ประเทศไทย

1. สถานการณ์รายงานวันนี้ เราดีกว่าในยุโรปและอเมริกา เพียงแค่การ์ดเรายังสูงกว่า ถ้าลดการ์ดมาใช้ชีวิตปกติ ก็อาจจะเด้งไปพอๆกัน ซึ่งก็พอไปได้

2. เราเพิ่งฉีด Booster ไปได้แค่ 40% แพ้เวียดนาม 58% มาเลย์เซีย 49% กัมพูชา 54% ยุโรป 55-65% ญี่ปุ่น 58% แต่ดีกว่าอเมริกา 31% ซึ่งอเมริกาติดเชื้อกันจริงไปเกินครึ่งประเทศมันเลยจบ แต่ก็ตายเยอะ

3. ตัวเลขติดเชื้อใหม่ประเทศไทย PCR รายงานอยู่ที่ 4,000-5,000 คนต่อวัน ATK อีก 6,000 คนซึ่งรวมมาไม่ครบ ถ้านับมาให้ครบจริงๆน่าจะยังอยู่ที่ 5-7 หมื่นคนต่อวัน

4. ตัวเลขในข้อ 3 ถือว่าลดลงมามากแล้วจากช่วง Peak ที่ราวๆ 1.8 แสนคนต่อวัน

5. การเปิดเทอมทำให้ตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ไม่รุนแรงมาก ตามกราฟ

6. ถ้าผลจากเปิดเทอมไม่รุนแรงเกินไป จะเข้าสู่ขาลงต่อและเข้าสู่ Endemic ได้ตามเป้าหมาย

7. สถิติในวันที่มีผู้เสียชีวิต 41 คน มีผู้เสียชีวิตที่ฉีดวัคซีนครบถึง Booster แค่ 2 คน และเป็นกลุ่ม 608 ที่เหลือ 39 คนไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ

8. ตัวเลขผู้เสียชีวิตต่อวันในกลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนครบ น่าจะวันละไม่ถึง 5 คนมาสักพักนึงแล้ว

9. จากข้อ 7,8 Covid แทบจะจบลงแล้วสำหรับคนไทยที่ฉีดวัคซีนครบ

10. Covid จะยังไม่จบสำหรับคนที่ไม่ฉีดวัคซีน และคนที่ไม่ฉีด Booster

11. เด็กต่ำกว่า 5 ขวบที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน อย่ารีบเพิ่งออกจากบ้าน วัคซีนกำลังมาแล้ว หรือรอให้ผู้ใหญ่ที่ไม่ฉีดวัคซีนติดเชื้อให้หมดก่อน

12. เราอาจจะประกาศโรคประจำถิ่น ได้เดือนหน้านี้เลย แต่ช่วงที่ปลอดภัยจริง ๆ สำหรับคนทุกกลุ่มน่าจะเป็นอย่างน้อยหลัง 1 สิงหาคม เป็นต้นไป

13. ไม่แนะนำเด็ดขาดให้รีบถอดหน้ากาก แต่ถ้ารัฐบาลให้ถอดก็ปล่อยเขาไป เราใส่เหมือนเดิม จนกว่าจะติดเชื้อกันเกิน 50-70% ของประเทศ คนรักสุขภาพค่อยลดการ์ดลง

สุดท้าย คนที่ยังต้องห่วงใย

คนกลุ่มสุดท้ายที่ผมห่วงจริง ๆ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ซึ่งยังไม่มีวัคซีน และกำลังเริ่มไปโรงเรียนกันแล้ว แม้จะมีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ แต่ก็มีการเสียชีวิตและอาการรุนแรงอยู่บ้างพอสมควร

โดยส่วนตัวอยากให้สังคมระมัดระวัง และช่วยกันป้องกันเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ไปอีกสักพักใหญ่ จนกว่าตัวเลข Booster จะถึง 60% และผู้ติดเชื้อสะสมจริงๆข้าม 50% ของประชากร ซึ่งประเมินคร่าว ๆ น่าจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน หรืออาจจะหลังจากนั้นนิดหน่อย

ขอให้พ่อแม่ใจเย็นๆนะครับ อย่าเพิ่งรีบเอาลูกออกไปเสี่ยงอะไรที่ไม่จำเป็นครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม