COVID-19

ทำความรู้จักวัคซีนลูกผสม สูตรใหม่ ‘Viral Vector+VLP’ ฝีมือคนไทย

“ดร.อนันต์” เผยไบโอเทค พัฒนาวัคซีนลูกผสม สูตรใหม่ Viral Vector และ VLP ความหวังกำจัดไวรัส

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เผยผลพัฒนาวัคซีนลูกผสม Viral Vector+VLP อีกความหวังของวัคซีนฝีมือคนไทย

LINE ALBUM รวมหมอโควิด ๒๒๐๕๑๗

นอกจากวัคซีนในรูปแบบ Viral Vector ที่ทีมวิจัยของ สวทช. ได้พัฒนากันมาแล้ว จริง ๆ มีวัคซีนอีก platform หนึ่งซึ่งได้ถูกพัฒนาเป็นคู่ขนานกันมาเช่นเดียวกัน

วัคซีนรูปแบบนี้เรียกว่าระบบไวรัสเสมือน หรือ Virus-like particle (VLP) คือ สร้างอนุภาคไวรัสที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับไวรัสในธรรมชาติ แล มีการแสดงออกของโปรตีนสไปค์บนผิวอนุภาค แต ภายในอนุภาคของวัคซีนจะไม่มีสารพันธุกรรม หรือ RNA ที่ทำให้เพิ่มจำนวนเหมือนไวรัสในธรรมชาติได้

จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีนี้ มีหลายบริษัทนำมาใช้พัฒนาเป็นวัคซีนโควิด-19 และอยู่ในช่วงทดสอบ ทั้งในสัตว์ทดลอง และ อาสาสมัครมนุษย์แล้ว

อนันต์

แต่แทบทั้งหมดพัฒนาด้วยวิธีการคล้าย ๆ กัน คือ ใช้โปรตีนของไวรัส SARS-CoV-2 ประกอบด้วย E และ M (บางที่ใช้ N ด้วย) มาแสดงออกร่วมกับโปรตีนสไปค์ในเซลล์เดียวกัน ทำให้เกิดกระบวนการรวมตัวกัน เป็นอนุภาคที่มีสไปค์อยู่บนผิวออกมานอกเซลล์ แล้วก็เก็บเกี่ยวอนุภาคนั้น ไปเป็นวัคซีน

ความแตกต่างของ VLP ที่เราพัฒนาขึ้นมาอยู่ที่คำว่า Chimeric เพราะแทนที่จะใช้โปรตีนของ SARS-CoV-2 เหมือนชาวบ้าน เราใช้โปรตีนของไวรัสไข้หวัดใหญ่แทน

สาเหตุหลักก็คือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ใช้โปรตีน 1 ตัว เท่านั้น ชื่อว่า M1 ในการสร้างอนุภาคไวรัส ดังนั้นแทนที่จะใช้ E, M, N ถึง 3 ตัว เราใช้ M1 ของ ไวรัสไข้หวัดใหญ่แทน

ที่สนุกกว่านั้น เราสามารถเปลี่ยนแปลง Spike ของ SARS-CoV-2 ให้คุยกับ M1 รู้เรื่องโดยการเปลี่ยนหางส่วนสั้น ๆ ของ Spike ให้ไปเป็นของ Hemagglutinin ซึ่งเป็นส่วนของโปรตีนที่ M1 ใช้จับและสร้างเป็นอนุภาคไวรัสออกมา

อนันต์1

แค่นี้เราก็ได้ VLP ลูกผสมที่ไม่เหมือนใครแล้ว

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของงานนี้คือ เราสามารถสร้างเซลล์เจ้าบ้านที่มีทั้ง Spike และ M1 อยู่ด้วยกัน แบบตลอดเวลา

นั่นหมายความว่า เซลล์ดังกล่าวถ้านำมาขยายขนาดเลี้ยงเป็นถังใหญ่ ๆ เราก็แค่เก็บน้ำเลี้ยงเซลล์ที่มี VLP สร้างออกมาไปทำเป็นวัคซีนต่อ ซึ่งราคาไม่แพง และ ไม่ยากเหมือนวัคซีนรูปแบบอื่น ๆ ด้วย

แต่อุปสรรคของงานนี้คือ ผลการทดสอบในสัตว์ทดลองที่พบว่า วัคซีน VLP นี้ถ้าใช้แบบเดี่ยว ๆ 2 เข็ม จะป้องกันสัตว์ทดลองจากอาการรุนแรงของโควิดได้ประมาณ 65-70% ซึ่งบอกว่า ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจจะไม่มากพอ

แต่ด้วยทีมวิจัยมีวัคซีนที่พัฒนาออกมาหลายรูปแบบ เราพบว่า VLP ที่พัฒนาขึ้นนี้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ดีมาก ๆ โดยภูมิคุ้มกันในหนูทดลองที่ได้ Adenovirus สลับกับ VLP นอกจากจะสามารถป้องกันหนูจากอาการรุนแรงได้ 100% แล้ว ปริมาณไวรัสในอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปอด หลอดลม เลือด แทบที่จะไม่พบไวรัสเลย

อนัยต์1

งานนี้เลยบอกว่า Viral vector + VLP อาจจะเป็นอีกหนึ่งสูตรวัคซีนที่น่าสนใจมาก

Paper นี้นับว่าเป็นงานที่ยาวมาก โดน reviewer ประเมินถึง 4 คน ท้ายที่สุดก็ได้ไฟเขียวจาก Editor พร้อมคำชมว่า “Well Done!”

งานนี้เป็นความร่วมมือกับทีมของ US-AFRIMS ที่ช่วยทดสอบวัคซีน และ วิเคราะห์ผลของวัคซีนให้เรา และ งบประมาณที่ทำให้งานนี้สำเร็จลงได้มาจาก สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ผ่าน งบประมาณเงินกู้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล

ตัววัคซีนที่ทำมาอาจจะไม่ได้ใช้เป็นวัคซีนโควิด-19 ได้ทัน แต่ประสบการณ์ องค์ความรู้ และ พันธมิตรทางวิชาการที่ได้มา ทำให้เราพร้อมกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนมาก ๆ ครับ ในอนาคตถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกอะไรหลายๆอย่างคงไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

อ่านข่าวเพิ่มเติม