COVID-19

อย่าวางใจ โอไมครอน ‘หมอเฉลิมชัย’ ชี้ตรวจ ATK พบติดเชื้อเข้าข่ายยังเพิ่มต่อเนื่อง

“หมอเฉลิมชัย” เตือนอย่าวางใจ โอไมครอน อาการไม่รุนแรง ชี้ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจ ATK ยังเพิ่มต่อเนื่อง รวมทั้งอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้ตรวจ เพราะไม่มีอาการ แต่แพร่เชื้อได้

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Chalermchai Boonyaleepun เผย อย่าวางใจ โอไมครอน แม้อาการไม่รุนแรง เนื่องจากยังพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจ ATK เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยระบุว่า

อย่าวางใจ โอไมครอน

วางใจยังไม่ได้ ติดเชื้อเข้าข่าย (ATK) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ติดเชื้อยืนยัน (PCR) จะทรงตัว

สถานการณ์โควิดระลอกที่ 4 ของประเทศไทย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 โดยมีไวรัสเดลตาและโอไมครอนเป็นสายพันธุ์ร่วมในช่วงแรก จนปัจจุบันไวรัสโอไมครอนเป็นสายพันธุ์หลักแล้วนั้น

พบแนวโน้มของสถานการณ์โควิดระลอกใหม่นี้ ที่มีความสอดคล้องกับคุณสมบัติของไวรัสโอไมครอน ได้แก่

1. จากคุณสมบัติของไวรัส ที่มีความสามารถในการแพร่ระบาดที่รวดเร็วกว้างขวาง แต่ไม่ค่อยแสดงอาการ จึงส่งผลให้แนวโน้มสถิติของผู้ติดโควิดในรายละเอียด คือ

พบผู้ติดเชื้อเข้าข่าย ตรวจด้วย ATK 3,356 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พบผู้ติดเชื้อที่ตรวจยืนยันด้วย PCR 8,640 ราย ค่อนข้างจะทรงตัว ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรวม (ATK+PCR) ยังคงเพิ่มขึ้น คือ 11,996 ราย ( 21 มกราคม 2565 )

เฉลิมชัย

สาเหตุของแนวโน้มดังกล่าว น่าจะมาจาก ผู้ติดเชื้อจากไวรัสโอไมครอน มักจะไม่ค่อยมีอาการ จึงทำให้ไม่ได้เดินทางมาตรวจในสถานที่ที่มีการตรวจด้วย PCR แต่มักจะทำการตรวจทดสอบด้วยตนเองที่บ้านจากชุด ATK

เนื่องจากในขณะนี้ ได้มีชุดตรวจ ATK เพิ่มมากขึ้น ทำให้หาซื้อได้ค่อนข้างสะดวก ราคาถูกลงมาก เหลือประมาณ 35-40 บาท และประชาชนเริ่มมีความคุ้นเคยกับการตรวจ เพราะทำได้ไม่ยากนัก

2. จากลักษณะที่ไวรัสมีความสามารถในการก่อโรคที่ไม่รุนแรงมากนัก ทำให้แม้การติดเชื้อรวมยังคงขยับตัวสูงขึ้น แต่ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก ผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่ได้ขยับตามในสัดส่วนเดียวกับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น

เฉลิมชัย 1

จึงทำให้เรายังประมาทหรือวางใจเรื่องไวรัสโอไมครอนไม่ได้ เพราะแม้การติดเชื้อยืนยันด้วย PCR จะทรงตัว แต่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายโดยวิธีการตรวจ ATK ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เพียงแต่ยังโชคดีที่ผู้ป่วยหนัก และผู้เสียชีวิตยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

ทั้งนี้ยังไม่นับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และเจ้าตัวไม่ได้สงสัยว่าตัวเองอาจจะติดเชื้อ จึงไม่ได้ทำการตรวจทั้ง PCR และ ATK ซึ่งมีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง แต่สามารถแพร่เชื้อได้

ทุกคนจึงยังควรมีวินัย ระมัดระวังตนเอง โดยการใส่หน้ากากอนามัย งดการไปสถานที่เสี่ยงหรือการมีพฤติกรรมเสี่ยง และรับการฉีดวัคซีนต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม