COVID-19

จับตา! ถก ศบค. พรุ่งนี้ จ่อเพิ่มเงื่อนไข Test&Go-ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน

“เลขาฯ สมช.” เตรียมเสนอ “ศบค.ชุดใหญ่” ผ่อนคลายมาตรการ เล็งทบทวน Test &Go เพิ่มเงื่อนไขให้รัดกุมมากขึ้น พร้อมขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินอีก 2 เดือน

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ว่า วันนี้ (19 ม.ค.) จะมีการประเมินภาพรวมเพื่อผ่อนคลายมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เนื่องจากผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับทรงตัว ทำให้ระบบการรักษาพยาบาลที่รองรับเข้าที่เข้าทาง อาทิ การปรับพื้นที่สีให้ประชาชนมีความคล่องตัวขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังปีใหม่ พิจารณาปรับมาตรการต่าง ๆ ให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว จะเป็นหลักที่นำเม็ดเงินเข้าประเทศ

Test&Go

ส่วนการพิจารณาใช้ระบบ Test&Go จะมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า Test&Go เงื่อนไขที่สำคัญ คือ ในระยะเวลา 7 วันแรกเราจะต้องหาวิธีการควบคุมผู้ที่เดินทางเข้าประเทศให้ได้ ส่วน 7 วันหลังไปแล้วถือว่าปลอดภัย โดยย้ำว่า ครั้งแรกจะต้องตรวจหาเชื้อโดย RT-PCR จากนั้นจะอยู่ในช่วงการควบคุมไว้สังเกต ซึ่งจะต้องมีระบบการติดตาม แต่ไม่ใช่การกักตัว ดังนั้นเราจะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมให้รัดกุมมากขึ้น และมีข้อกำหนดชัดเจน ว่า ในวันที่ 5 และ 6 จะต้องตรวจหาเชื้อโดย RT-PCR ซ้ำ เมื่อปลอดภัยก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยได้

ขณะที่การพิจารณากรณีสถานบันเทิง ที่ขออนุญาตปรับรูปแบบเป็นร้านอาหารนั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า จากนี้จะมีการทยอยเปิดต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครและจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องจัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และเข้ารับการตรวจประเมินตามขั้นตอน

Test&Go

เมื่อถามว่าจะพิจารณาปรับเพิ่ม 5 จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวสีฟ้า หลังก่อนหน้านี้มีการชะลอไว้ก่อนหรือไม่ เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า ในวันนี้ (19 ม.ค.) เราจะพิจารณา รวมถึงในส่วนของ 13 พื้นที่ย่อย แต่ต้องดูความพร้อมของพื้นที่ เช่น ด้านสาธารณสุข และคนในพื้นที่ รวมถึงผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด ที่สำคัญจะประเมินจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ มาประกอบการพิจารณาด้วย

ส่วนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะสิ้นสุดในช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า มีความจำเป็นต่อขยายออกไป เพราะมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมสถานการณ์ ซึ่งถ้าดูจากข้อมูลที่ผ่านมา ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 6 พันคนต่อวัน เราอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อลดตัวเลขผู้ติดเชื้อให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้

Test&Go

ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกการตรวจโควิดด้วย ATK และการบังคับสวมใส่หน้ากากในโรงเรียนนั้น เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าคิดและสำคัญมาก เพราะหลายประเทศทั่วโลกติดเชื้อสูง แต่เราต้องดูศักยภาพ และลักษณะของสังคม

“ถ้าประเทศไทยไม่ช่วยกันใส่หน้ากากอนามัย ไม่ช่วยกันฉีดวัคซีน ไม่ช่วยกันตรวจเชื้อ โอกาสการแพร่เชื้อจะสูงมาก และอยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลเอาใจใส่สุขภาพ ระบบสาธารณสุขต่อประชาชน และหากเกิดปัญหาจะโกลาหลมากการรองรับผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไม่ช่วยกันสร้างความปลอดภัยต่อสถานที่ต่าง ๆ ก็จะกระทบต่อระบบสาธารณสุข ย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการ ได้รับแนวทางจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และทางโรงเรียนก็ได้พูดคุยกับผู้ปกครองหากมีข้อเสนอใด ก็สามารถประสานกระทรวงศึกษาธิการ มายังศปก.ศบค.ได้” เลขา สมช. กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

โควิดในประเทศทรงตัว! ‘บิ๊กตู่’ ชี้สัญญาณดีอาจมีแนวโน้มลดลง จ่อถก ‘ศบค.’ พรุ่งนี้