COVID-19

ด่วน!! พบติดเชื้อโอไมครอนแล้ว 4 ราย กรมวิทย์ฯ เร่งเพาะเชื้อ ศึกษาภูมิคุ้มกันคนไทย

สธ.เผยผลตรวจเชื้อล่าสุด ไทยพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน 4 ราย เตรียมเพาะเชื้อห้องแล็บ ก่อนนำมาเทสภูมิคุ้มกันคนไทยต่อวัคซีนโควิดสูตรต่าง ๆ ที่ใช้ในประเทศ 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจรหัสพันธุกรรมตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2564 ทั้งผู้เดินทางจากต่างประเทศ และคนในประเทศ รวม 1,645ตัวอย่าง เจอเดลต้า เกือบทั้งหมดจำนวน 1,641 ตัวอย่าง ยกเว้น 4 รายเป็นโอไมครอน

ติดเชื้อโอไมครอน

สำหรับการตรวจเชื้อกว่า 1,000 พันกว่าตัวอย่างกรณีในประเทศจะเลือกมาจากกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ อาทิ กลุ่มคนมีอาการหนักตามแนวชายแดน คลัสเตอร์น่าสงสัย ผู้รับวัคซีนครบโดสแล้วแต่ยังติดเชื้อ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ติดเชื้อซ้ำ

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา กรมวิทย์ ได้ตัวอย่างมา 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่ UN ทราบจากข้อมูลแล็บเบื้องต้นว่า เดินทางมาจาก ประเทศคองโก เข้าไทยผ่านระบบไม่กักตัว (Test and go) มีประวัติรับวัคซีนแอสตร้าฯ 2 เข็ม ซึ่งตรวจเบื้องต้น วินิจฉัยขณะนี้ว่ามีโอกาสเป็นโอไมครอนอีก 1 ราย นับเป็นรายที่ 4 ที่ประเทศไทยตรวจพบ

สรุปไทยมีคอนเฟิร์มโอไมครอน 3 รายเป็นชาวอเมริกัน 1 รายและเป็นหญิงไทย 2 รายที่เดินทางจากประเทศไนจีเรีย ส่วนรายที่ 4 เป็นชายไทย เดินทางมาจากต่างประเทศ ที่เบื้องต้นมีแนวโน้มว่าจะเป็นโอไมครอน ซึ่งต้องรอผลการตรวจยืนยันอีกครั้ง

โอไมครอน 1

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าโอไมครอนมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อย เป็น BA 2 หรือโอไมครอนไลค์ แล้วตีเนียนว่า S ยีนหายไปบางส่วน ซึ่งเป็นตัวที่เราเอามาตรวจวิเคราะห์นั้น แต่ปรากฏว่า S ยีนมันกลับมานั้น ทำให้มีข้อสงสัยว่าเป็นการหลอกทำให้ตรวจไม่เจอหรือไม่

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าไม่สามารถหลอกได้ ยังสามารถตรวจเจอได้ เพราะขณะนี้ในการตรวจตำแหน่งเฉพาะของยีน มีการตรวจหลายตำแหน่ง คือ HV 69-70 deletion ตำแหน่ง K 417N ตำแหน่ง L452R ตำแหน่ง T478K และตำแหน่ง N501Y

ดังนั้น ใน 4 ราย ที่มีการตรวจเบื้องต้นเป็นโอไมครอน ก็ตรวจจากตรงนี้ ยกเว้นว่าจะมีการกลายพันธุ์จนเป็นคนละเรื่องก็ต้องมาพิจารณาสูตรการตรวจกันใหม่ ทั้งนี้ ATK ยังตรวจเจอได้ แต่ต้องเก็บให้ถูกต้อง

ผลตรวจ

อย่างไรก็ตาม ขออย่าวิตกกังวลมาก เพราะถึงอย่างไรเชื้อก็ไปทั่วโลก วันนี้มี 4 รายที่ไทยสุ่มเฝ้าระวัง ถือว่าน้อยมาก แต่สัดส่วนอาจจะมีเพิ่มขึ้นได้ แต่ข่าวดีคือ อาการไม่รุนแรง ยังไม่มีใครเสียชีวิต

ดังนั้นอีกด้านหนึ่งอาจจะเป็นมุมที่ดี แต่ข้อมูลบางคนบอกว่ามีการหลบวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม 40 เท่า แต่หากดูข้อมูล จะเห็นว่าจำนวนตัวอย่างเพียง 6 ราย จะเอาเพียงข้อมูลนี้มาบอกทั้งหมดถือว่ายังไม่มีนัยยะสำคัญ โดยมาตรการพื้นฐาน และวัคซีนยังเป็นเกราะป้องกันได้อยู่

นอกจากนี้ ไทยยังเริ่มได้ตัวอย่างมาเพาะเชื้อแล้ว ดังนั้น เมื่อได้เชื้อเป็น ๆ ก็จะนำมาเทสกับภูมิคุ้มกันคนไทย ว่าคนที่ฉีดวัคซีนสูตรอะไรก็ตาม สามารถจัดการกับเชื้อโอไมครอนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการเพาะเชื้อต้องใช้เวลา ทั้งนี้ จะพยายามทำให้เร็วที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม