COVID-19

‘นายกรัฐมนตรี’ สั่งเฝ้าระวัง ‘โควิด’ ในประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งฉีดวัคซีน

“โฆษกรัฐบาล” เผย “นายกรัฐมนตรี” สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดในไทยอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีน ลดอาการรุนแรงของโควิดได้ทุกสายพันธุ์

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์รายวันของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทยอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 4,203 ราย ยอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 7,939 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 49 ราย นอกจากนี้ ผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ 60,415 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 จำนวน 2,047,662 ราย

นายกรัฐมนตรี

ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด

ขณะที่รายงานภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ – 6 ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 95,616,058 โดส ใน 77 จังหวัด โดยแบ่งเป็น จำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 49,308,940 ราย ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 สะสม 42,527,505 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 สะสม 3,779,613 ราย

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลได้รับมือการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์ (Omicron) โดยได้วางแนวป้องกันตามช่องทางการเดินทางเข้าออกประเทศและสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด มีการสุ่มตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และผู้ป่วยไข้หวัดที่เป็นกลุ่มก้อน (Cluster) และได้ทำการส่งตัวอย่างเชื้อที่พบจากผู้เดินทางหรือรายที่น่าสงสัยไปตรวจหาสายพันธุ์ Omicron ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้การตรวจพบเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากภายนอกได้เร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถคัดกรองผู้ที่เข้าข่ายอาการป่วยได้อย่างทันท่วงที

นายกรัฐมนตรี

ป้องกันอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถให้ความร่วมมือได้ โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุมมากที่สุด ใช้มาตรการป้องกันส่วนบุคคลที่เข้มงวด เช่น สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และ VUCA คือ V Vaccine ฉีดครบโดส ลดการป่วยหนัก U Universal Prevention การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล C Covid Free Setting มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร และตรวจ A ATK เป็นประจำหรือเมื่อมีอาการป่วย หรือใกล้ชิด สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีล่าสุด ศบค. รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron รายที่ 2 และ 3 ของประเทศไทย ซึ่งเดินทางมาจากทวีปแอฟริกา พบว่า ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมทั้งขณะที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย จึงเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อ ปัจจุบันทั้ง 2 รายอยู่ระหว่างการคุมสังเกตอาการเพิ่มเติมอีก 7 วัน

นายกรัฐมนตรี

รีบรับการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ ขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่ยังลังเลไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน ให้รีบเข้ามารับการฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันป้องกันตัวเองจากเชื้อโควิด-19 รวมทั้งเพื่อช่วยลดอาการรุนแรงจากเชื้อโควิดได้ ทั้งนี้ รัฐบาลได้อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงวัคซีน โดยประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีน สามารถประสานอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือสถานพยาบาลสุขภาพใกล้บ้าน เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนที่ถูกต้องได้

“นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ประชาชนเปลี่ยนความกังวลและความตกใจ ให้เป็นพลังป้องกันในการต่อสู้กับโรค โดยการฟังข้อมูลข่าวสารจากทางภาครัฐ มาตรการรับมือกับโรคและแนวทางป้องกันต่าง ๆ หากต้องการทราบข้อมูล สามารถสอบถามจากแหล่งที่ให้ข้อแนะนำที่เชื่อถือได้ เช่น กรมควบคุมโรค และหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยลดความตื่นกลัว และนำมาใช้ป้องกันโรคอย่างถูกทาง” นายธนกร กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม