COVID-19

พิษโควิด-19 กระทบสุขภาพจิตคนไทย เสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่ม 10 เท่า

“อนุทิน” ห่วงสุขภาพจิตคนไทย เสี่ยงฆ่าตัวตายพุ่ง 10 เท่า กรมสุขภาพจิต เผยโควิดทำฆ่าตัวตายสำเร็จสูงถึง 8 ต่อแสนประชากร น่าตกใจ โดยเฉพาะการทำร้ายคนอื่น ก่อนทำร้ายตัวเองตาม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าว “ถอดรหัสนวัตกรรมวัคซีนใจในชุมชน 2564” ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจ เศรษฐกิจ สังคม ทำให้ประชาชนมีความเครียด ซึมเศร้า และการฆ่าตัวตายสูงขึ้น

สุขภาพจิตคนไทย

เราจะปล่อยผ่านทำให้ปัญหานี้ลุกลาม ขยายตัวต่อไม่ได้ เพราะแนวโน้มปัญหาสุขภาพจิตกราฟอยู่ในขาขึ้น จึงต้องเร่งเข้าดูแล เบื้องต้นให้มีการสำรวจพื้นที่สุ่มเสี่ยง เครียด พื้นที่ยากลำบาก

สำหรับการจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพใจดี ไม่เครียด อันดับแรกคือ ต้องสุขภาพกายดี ปลอดภัยจากโรคก่อน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ทำอย่างเต็มที่ มีมาตรการควบคุมป้องกันโรค เร่งฉีดวัคซีน และเพิ่มการบริการทางการแพทย์ เป็นต้น

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต ได้จัดทำแผนดูแลสุขภาพจิตคนไทย ให้ลงถึงระดับชุมชน ตอบสนองต่อสถานการณ์โรคระบาด ด้วยการสร้างพลังใจตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ประสบความสำเร็จใน 633 ชุมชน

หลังจากนี้ จะขยายการสร้างเสริมวัคซีนใจในชุมชนเพิ่มเติมใน 4 จังหวัดตัวแทนของ 4 ภูมิภาค คือ ลำพูน กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช และนครสวรรค์ เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไป โดยมีเป้าหมายลดอัตราการฆ่าตัวตายให้น้อยกว่า 8 ต่อแสนประชากร

อนุทิน 3

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในช่วงแรกของการเกิดโรคโควิด-19 ผลสำรวจพบว่า คนมีความคิดฆ่าตัวตายยังต่ำ อยู่ที่ 0.7-0.8% แต่ในช่วงเดือน สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อหลักหมื่นรายต่อวัน อัตราการเสียชีวิตหลายร้อยรายต่อวัน พบว่า ผู้ตอบคำถามเสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า หรือประมาณ 7-8% และมีแนวโน้มสูงขึ้น

ที่น่าตกใจคือ พบลักษณะการทำร้ายคนอื่น ก่อนทำร้ายตัวเองตาม ถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น ต้องขอบคุณสื่อที่เสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่เสนอวิธีการฆ่าตัวตาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลอกเลียนแบบตามมา

ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศไทยเดิมอยู่ที่ 6-7 ต่อแสนประชากร กลับพบว่าตอนนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8 ต่อแสนประชากร ซึ่งกรมสุขภาพจิตมุ่งหวังว่าจะต้องรักษาไม่ให้เกิน 8 ต่อแสนประชากร

ในส่วนของอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จของทั่วโลก จะเหมือนกันคือ ขึ้นหลังวิกฤติประมาณ 6 เดือนเป็นต้นไปโดยประมาณ 1 ปี เป็นจุดสูงสุดของปัญหา ดังนั้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564-สิงหาคม 2565 เป็นเวลาสำคัญที่ต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้ตัวเลขการฆ่าตัวตายสูงไปกว่านี้

สำหรับกรมสุขภาพจิต ได้เพิ่มคู่สาย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 กรมสุขภาพจิต และพยายามให้หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ที่มีสมาชิกมีความเครียด เช่น มหาวิทยาลัย สถานศึกษา ควรมีระบบให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิต มีสายด่วน มีผู้ให้คำปรึกษา มีนักจิตวิทยา เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม