COVID-19

น่าห่วง!!โควิดใต้-ยกเลิกเคอร์ฟิว ‘หมอนิธิพัฒน์ แนะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อยู่รอดปลอดโรค


“หมอนิธิพัฒน์” ห่วง 2 เรื่องใหญ่ โควิดภาคใต้ รัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ย้ำเร่งโถมฉีดวัคซีนจังหวัดใต้พื้นที่โควิดระบาด เตือนประชาชนป้องกันตนเอง

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นิธิพัฒน์ เจียรกุล ชี้ภาพรวมโควิดลดความรุนแรง แต่ยังน่าห่วงสถานการณ์ระบาด 4 จังหวัดใต้ รวมถึงการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว แนะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยระบุว่า

ยกเลิกเคอร์ฟิว

ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำตั้งแต่ต้นเดือน ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังหนักอยู่ แม้ว่าจะเริ่มมีลมหนาวพัดโบกโชยมาบ้างแล้วก็ตาม

สำหรับพายุโควิดที่ปกคลุมประเทศมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ แม้ในภาพรวมจะลดความรุนแรง ล่าสุดยอดทั้งประเทศรวมการตรวจแอนติเจนยังวนเวียนอยู่ที่หลักหมื่น ส่วนยอดผู้ป่วยหนักลดลงจนใกล้แตะเป้าหมายที่ 2,500

แต่ถ้าเพ่งมองเฉพาะจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง ยอดผู้ป่วยใหม่และผู้เสียชีวิตยังขึ้นต่อไปและอยู่ในระดับ 20+% ของทั้งประเทศ

ยิ่งถ้าจำกัดวงแค่ 4 จังหวัดที่ ศบค. จัดให้มีการบูรณาการหน่วยงานรับมือในพื้นที่เป็นพิเศษ เส้นกราฟที่ยังไม่ยอมลดลง คล้ายรอการพิสูจน์ฝีมือทีมงาน ว่าจะสยบให้เหมือนกทม.และปริมณฑลได้เมื่อไร ซึ่งคงยังไม่ในเร็ววันนี้แน่ เพราะอัตราการฉีดวัคซีนครบสองเข็มในฮอตสปอตนี้อยู่ที่ราว 32% เท่านั้น

ใค้

การเร่งระดมโถมฉีดวัคซีนเพื่อถมช่องว่างในการควบคุมโรค เป็นงานหนักที่รออยู่ข้างหน้า สำหรับทุกภาคส่วนให้เข้าร่วมคลี่คลาย

การควบคุมโรคในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลำพังอาศัยแต่การดำเนินงานภายใต้การนำของภาคการแพทย์ คงยากที่จะบรรลุผลได้ก่อนยับยั้งการสูญเสียเป็นวงกว้าง ภาคความมั่นคง และภาคประชาชน จะต้องร่วมกระชับวงกับภาคการแพทย์ให้เข้มแข็ง โดยมีบทเรียนที่เพิ่งผ่านไปของพื้นที่ใจกลางประเทศเป็นต้นแบบ แล้วปรับให้เข้ากับบริบทเฉพาะของพื้นที่

ในเวลาใกล้เคียงกับบ้านเรานี้ ภาคการแพทย์ในประเทศอังกฤษ ก็ยังต้องร้องขอรัฐบาลของเขา ให้ทบทวนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค เพราะจำนวนเตียงโควิดในโรงพยาบาลตึงมือขึ้นเรื่อย จนใกล้จะเกิดวิกฤติรอบใหม่ แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับการตอบรับจากผู้รับผิดชอบประเทศของเขาดีนัก สงสัยจะเอาต้นแบบไปจากบ้านเราเป็นแน่

ผู้ติดเชื้อ

ส่วนหนึ่งที่เขากังวลกันคือ ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนครบสองเข็มไปแล้วเกิน 6 เดือนที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของ delta variant AY.4.2 ที่อาจจะรุนแรงมากกว่า และอาจเล็ดลอดภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน

เดือนหน้าบ้านเราก็จะเริ่มมีการผ่อนคลายกันเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะการยกเลิกเคอร์ฟิว ในพื้นที่ 17 จังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว ยังดีว่าส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงครอบคลุมแค่บางอำเภอ ยกเว้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดมีเฉพาะ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และ กทม.

จังหวัดหลังสุดค่อนข้างน่าห่วง เพราะมีคนอยู่หนาแน่น และมีการเคลื่อนย้ายเข้าออกพื้นที่สูง ยังดีที่คงสงวนการเปิดสถานบันเทิงไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการปิดศึกหลายด้านพร้อมกัน เปรียบเสมือนเซียนใจป้ำทุ่มพนันไม่อั้น ทั้งที่หนี้เก่ายังเคลียร์ไม่เรียบร้อย

ในเมื่อต้องอยู่ยาวกับโควิดโดยที่หวังพึ่งใครอื่นได้ยาก การสงวนตัวเราเองให้อยู่รอดปลอดภัยจากการติดเชื้อ เป็นเรื่องที่ทุกคนปรารถนา หรือถ้าพลาดแล้วทำอย่างไรไม่ให้โรครุนแรง

นิธิพัฒน์ สวีเดน

ข้อมูลจากประเทศสวีเดน ในบทความ https://ijbnpa.biomedcentral.com/…/s12966-021-01198-5.pdf จากฐานขอมูลสุขภาพของพนักงานบริษัทจำนวนกว่า 400,000 คนที่เก็บมาต่อเนื่องกว่า 30 ปี

ทั้งนี้ พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโควิด-19 ประเภทรุนแรงรวม 857 คน คิดเป็น 0.2% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีข้อมูลพื้นฐานใกล้เคียงกันจำนวน 3,426 คน พบว่าคนที่เกิดโรครุนแรง จะเป็นประเภทพวกที่มีความฟิตของระบบหัวใจและปอดน้อยกว่า (อัตราเสี่ยงราว 2-4 เท่า) โดยประเมินทางอ้อมจากความสามารถในการออกกำลังกายจากการทดสอบขี่จักรยาน

นอกจากนี้การมีดัชนีมวลกาย (BMI) ที่มากกว่า (อัตราเสี่ยงราว 2-5 เท่า) และการมีภาวะเครียดที่มากกว่า (อัตราเสี่ยงราว 1.4 เท่า) ก็ส่งผลให้มีโอกาสโรครุนแรงได้มากขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นตนจึงเป็นที่พึ่งแห่งตนอันแสนดีในยามนี้ การรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้สมบูรณ์ ยังเป็นเครื่องมือลดความสูญเสียจากทั้งโควิด-19 และจากโรคร้ายอื่น

อ่านข่าวเพิ่มเติม