COVID-19

สธ. ยันวัคซีนไฟเซอร์ เพียงพอฉีดเด็กนักเรียน 4 ล้านคน โต้ข่าวต้องจับฉลากฉีดวัคซีน


สธ. โต้ข่าววัคซีนไม่พอฉีดเด็กนักเรียนจนต้องจับฉลาก ยืนยันไฟเซอร์ทยอยเช้าไทย เพียงพอ 4 ล้านคนแน่นอน มั่นใจตุลาคมนี้ฉีดครอบคลุมประชาชน 60% ตามเป้า

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณีมีข่าวว่า บางโรงเรียนวัคซีนไม่พอต้องจับฉลากนั้น ขอยืนยันว่า มีเพียงพอสำหรับฉีดเด็กนักเรียน มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ที่ผู้ปกครองแจ้งความประสงค์ไว้ประมาณ 4 ล้านคนแน่นอน

ฉีดเด็กนักเรียน

สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่ซื้อ 30 ล้านโดส จะทยอยส่งครั้งละ 1.5 – 2 ล้านโดส โดยล็อตแรกถึงเมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ได้นำไปฉีดให้นักเรียนแล้ว ส้วนล็อต 2 ถึงเมื่อวันพุธ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา 1.5 ล้านโดส และสัปดาห์หน้าจะมาอีก 1.5 ล้านโดส

สำหรับขั้นตอนการฉีดวัคซีน ทางโรงพยาบาล จะประสานกับโรงเรียนเพื่อนัดหมายการฉีด ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียงช่วงแรกที่จัดส้งให้โรงเรีบนประมาณ 40 % ของนักเรียน ซึ่งจะทยอยส่งจนครบ พร้อมเตรียมไว้สำหรับฉีดเข็ม 2 ในอีก 3 สัปดาห์แล้ว

กรณีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โดยเฉพาะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น ที่ผ่านมาประเทศไทยพบ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน อาการไม่รุนแรงและรักษาหาย

ฉีดเด็กนักเรียน

ทั้งนี้ จากกลุ่มนักเรียนอายุ 12-17 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรกแล้วมากกว่า 150,000 คน พบอาการไม่พึงประสงค์จำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เจ็บ ปวด ร้อนบริเวณที่ฉีด เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน หลังได้รับการปฐมพยาบาลอาการกลับมาเป็นปกติ

ส่วนอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ที่ผ่านมาประเทศไทยพบ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน อาการไม่รุนแรงและรักษาหาย สำหรับวัคซีนที่จะฉีดให้เด็กอายุ 5 – 11 ปี ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดมายื่นเอกสารขึ้นทะเบียนกับ อย.ไทย เพื่อปรับข้อบ่งชี้ในการใช้วัคซีน มีเพียงผลการศึกษาวิจัยจากต่างประเทศว่าวัคซีนไฟเซอร์ใช้ได้ผลดีในกลุ่มอายุ 5-11 ปีเท่านั้น

ฉีดเด็กนักเรียน

ขณะที่ตัวเลขการฉีดวัคซีนของประเทศไทยล่าสุด สรุปเมื่อวานนี้ (7 ตุลาคม 2564) ฉีดวัคซีนได้ 911,677 โดส รวมฉีดสะสม 58,298,770 โดส เป็นแอสตร้าเซนเนก้ามากที่สุด 26 ล้านโดส ซิโนแวค 20 กว่าล้านโดส ซิโนฟาร์ม 9 ล้านโดส และไฟเซอร์ 1.7 ล้านโดส คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้จะฉีดได้ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 60% ตามเป้าหมาย

ด้านภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 47.5% ขณะที่พื้นที่ควบคุมเข้มงวดและสูงสุด 29 จังหวัด ครอบคลุม 62% สูงสุดที่กทม. ปทุมธานี ส่วนกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ ครอบคลุมประมาณ 66%

วัคซีน2

นพ.โสภณ กล่าวถึงสถานการณ์โควิดในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส สงขลา ปัตตานี และยะลา ว่า ขณะนี้ฉีดครอบคลุม 30-40% และได้ส่งวัคซีนให้เพิ่มเติมเพื่อระดมฉีดในพื้นที่ระบาดสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกันได้เร่งเฝ้าระวัง สอบสวน ควบคุมโรค แยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนและนำเข้าระบบรักษา กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ส่วนกลุ่มเสี่ยง 608 ฉีดได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เช่น สงขลา 65% ยะลา 56% นราธิวาส 50% ปัตตานี 48%

อ่านข่าวเพิ่มเติม