COVID-19

โควิดขาลง สธ.หวังผู้ติดเชื้อใหม่ลดเหลือวันละ 5,000 รายสิ้นเดือนต.ค.นี้


สธ. คาดสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันลดเหลือ 5,000 ราย ผลจากมาตรการล็อกดาวน์ จับตาหลังหมดแรงเหวี่ยง อาจเพิ่มขึ้น เร่งตรวจ ATK ฉีดวัคซีนสกัด

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ถือว่าอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ โดยคาดการณ์ว่า จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 5,000 รายต่อวัน ก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่สัดส่วนผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจก็ลดลงจาก 4,000-5,000 รายต่อวัน ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3,000 รายต่อวัน

ผู้ติดเชื้อใหม่

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ คือ การติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) และเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ และมีการประเมินว่า เส้นกราฟจะกระดกขึ้นหลังเดือนตุลาคม เนื่องจากหมดแรงเหวี่ยงของช่วงล็อกดาวน์” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่กลับไปเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการป้องกันตัวเอง การตรวจโควิดด้วย ATK และมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง เป็นต้น ภายใต้สถานการณ์ที่ตัวเลขการฉีดวัคซีนเริ่มครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ สัดส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 1 กับ 60% เข็ม 2 อยู่ที่ 50%

โควิด1

“ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มสูงขึ้น มาจากการเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ และเชื้อกลายพันธุ์ ซึ่งตอนล็อกดาวน์เหมือนเราเตะเข้าเป้าไปแล้ว ตามด้วยการฉีดวัคซีนทำให้เปลี้ยลง และเตะตัดขาด้วย ATK ทำให้เชื้อไวรัสเริ่มอ่อนกำลังลง ประกอบกับมีการ์ดป้องกันตัวเอง และโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ทำให้ไวรัสชกเราได้ยาก ดังนั้นคลัสเตอร์ใหญ่ก็เกิดได้ยาก”นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

ส่วนเรื่องการกลายพันธุ์ มีผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไวรัสกลายพันธุ์ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น น่าจะอยู่ร่วมกันได้โดยโรคไม่รุนแรง คาดว่าเราจะสามารถทรงระบบอย่างนี้ไปได้ จึงคาดว่าต้นปีหน้า ราวเดือนมีนาคม 2565 โรคน่าจะสงบพอสมควร ใกล้ภาวะปกติ แต่ประชาชนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยต่อไปอีกระยะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม