COVID-19

รอลุ้น!! ไทยพัฒนาวัคซีนรุ่น 1 รุ่น 2 ‘หมอเฉลิมชัย’ คาดปีหน้าได้เห็น ระบบฉีดพร้อมแล้ว


“หมอเฉลิมชัย” เผยความสำเร็จระบบฉีดวัคซีนไทย วันเดียว 1.28 ล้านเข็ม คาดปลายปีเข้าเป้า 100 ล้านเข็ม ปีหน้าคาดเห็นวัคซีนไทยพัฒนารุ่นที่หนึ่งและสองสำเร็จ

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chalermchai Boonyaleepun เผยความสำเร็จระบบฉีดวัคซีนของไทย คาดปีหน้านักวิจัยไทยพัฒนาวัคซีนรุ่นที่หนึ่ง และรุ่นที่สอง สำเร็จ โดยระบุว่า

LINE ALBUM วัคซีนโควิดรพ.สนาม ๒๑๐๙๒๕

การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรเป็นจำนวนมาก เป็นปัจจัยสำคัญที่จะควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง

และประการสำคัญคือ จะสามารถลดการป่วยหนัก การเข้าโรงพยาบาล และการเสียชีวิตลงได้

ประเทศไทย ได้เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และมาระดมฉีดกันอย่างเต็มที่เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564

โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น จะเร่งฉีดวัคซีนให้ครบ 100 ล้านเข็ม สำหรับ 50 ล้านคน เพื่อจะครอบคลุมประชากร 70% ของจำนวน 70 ล้านคน

หลังมิถุนายน 2564 เริ่มเห็นแนวโน้ม การฉีดวัคซีนโควิดเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งมาจากปัจจัยสำคัญสองประการ ได้แก่

1. ปริมาณวัคซีนที่จัดหามาได้

2. ความสามารถในการฉีดต่อวัน

เมื่อวานนี้ (24 กันยายน 2564) กระทรวงสาธารณสุขได้ทดลองระบบครั้งใหญ่ เพื่อทราบศักยภาพความสามารถในการฉีดวัคซีน
โดยตั้งเป้าหมายจะฉีดให้ถึง 1 ล้านเข็มในวันเดียว เนื่องในโอกาสวันมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม บรมราชชนก ซึ่งเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

และสามารถทำได้ตามเป้าหมาย คือฉีดไปกว่า 1.28 ล้านเข็ม (บางรายงาน มียอด 1.44 ล้านเข็ม)

โดยจำนวนที่ฉีดวัคซีนในวันที่ 24 กันยายน 2564 แยกเป็น

  • เข็มที่หนึ่ง 8.31 แสนเข็ม
  • เข็มที่สอง 3.08 แสนเข็ม
  • เข็มที่สาม 1.48 แสนเข็ม

ยอดสะสมฉีดวัคซีนทั้งหมด 49.928 ล้านเข็ม แยกเป็น เข็มที่หนึ่ง 31.279 ล้านเข็ม เข็มที่สอง 17.580 ล้านเข็ม เข็มที่สาม 1.068 ล้านเข็ม

ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 จะฉีดให้ครบ 100 ล้านเข็ม จึงยังเหลือวัคซีนที่จะต้องฉีดเพิ่มอีก 50.07 ล้านเข็ม และมีเวลาเหลือที่จะฉีด 97 วัน เฉลี่ยจะต้องฉีดเพิ่มให้ได้วันละ 5.16 แสนเข็ม

จากตัวเลขในเดือนกันยายน ฉีดไปแล้วทั้งสิ้น 17.32 ล้านเข็ม เฉลี่ยฉีดได้วันละ 6.93 แสนเข็ม จึงมีความเป็นไปได้ ที่จะฉีดครบ 100 ล้านเข็มภายในสิ้นปีนี้

วัคซีนไทย

และถ้าสามารถฉีดโดยอัตราเฉลี่ยของเดือนกันยายนไปตลอด จะสามารถฉีดได้ถึง 117 ล้านเข็ม ก่อนสิ้นปีนี้

วัคซีนที่ฉีดไปแล้ว เป็นของ

  • AstraZeneca 21.86 ล้านเข็ม
  • Sinovac 19.19 ล้านเข็ม
  • Sinopharm 7.47 ล้านเข็ม
  • Pfizer 1.39 ล้านเข็ม

โดยแยกฉีดในกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  • อายุน้อยกว่า 60 ปี 27.95 ล้านเข็ม
  • ผู้สูงอายุ 9.99 ล้านเข็ม
  • มีโรคประจำตัว 6.01 ล้านเข็ม
  • บุคลากรสาธารณสุข 3.60 ล้านเข็มบุคลากรด่านหน้า 2.26 ล้านเข็ม
  • หญิงตั้งครรภ์ 0.10 ล้านเข็ม

นับเป็นข่าวดี แสดงถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรของไทย

สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ที่มีไวรัสกลายพันธุ์ และอาจจะมีการพัฒนาไปมากกว่าสายพันธุ์เดลตานั้น

การจัดเตรียมวัคซีนรุ่นที่สองหรือเจนเนอเรชั่นที่สอง ที่จะนำมาฉีดในปี 2565 นั้น นอกจากจะต้องเร่งจัดหาล่วงหน้ามาจากต่างประเทศแล้ว

การสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรในทุกด้าน ให้กับนักวิจัยไทย ในการผลิตวัคซีนเอง ก็กำลังเป็นไปอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มที่จะสำเร็จทั้งวัคซีนรุ่นที่หนึ่งและรุ่นที่สองในปี 2565

อ่านข่าวเพิ่มเติม