COVID-19

ไม่บังคับ! รัฐบาลยัน ‘ฉีดวัคซีนนักเรียน’ ตามความสมัครใจ รอฉีดแบบ ‘เชื้อตาย’ ได้


“รัฐบาล” ยืนยัน ฉีดวัคซีนนักเรียน อายุ 12-17 ปี เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ และไม่ใช่เงื่อนไขหลักต่อการเปิดเรียน ระบุ หากผู้ปกครองไม่สบายใจที่จะให้บุตรหลานฉีดวัคซีนชนิด mRNA สามารถรอฉีดวัคซีนแบบเชื้อตายได้ 

วันนี้ (20 ก.ย.) นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงความกังวล เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนว่า  การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้ให้แก่เด็กนักเรียน อายุ 12-17  ปี ราว 4.5 ล้านคนนั้น ทางรัฐบาลไม่ได้บังคับ แต่ให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ

วัคซีนนักเรียน

ย้ำ ฉีดวัคซีนนักเรียน ผู้ปกครองต้องยินยอม

ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ มีการให้ข้อมูล มีการชี้แจงถึงข้อดีข้อเสีย ก่อนที่จะกรอกข้อมูลยินยอมว่า จะให้ฉีดวัคซีน หรือไม่ให้ฉีดวัคซีน และให้ส่งกลับมายังสถานศึกษาอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว จะมีการจัดเก็บระบบอยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และติดตามอาการจากการฉีดอย่างต่อเนื่อง

“ระยะแรกนี้ รัฐบาลจะฉีดให้เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น mRNA ของไฟเซอร์ก่อน ส่วนในระยะถัดไป ก็อาจจะมีวัคซีนที่เป็นเชื้อตายเพิ่มมากขึ้น หากผู้ปกครองท่านใด ไม่อยากจะให้เด็กฉีดวัคซีนชนิด mRNA ก็สามารถที่จะรอวัคซีนเชื้อตายได้”

“ต้องขอย้ำตรงนี้ว่า การเปิดเรียนไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการฉีดวัคซีน เพราะหลายแห่งก็ตั้งใจที่จะเปิดการเรียนการสอนอยู่แล้ว เพียงแต่การฉีดวัคซีนจะสร้างความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็สามารถไปเรียนได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด”

วัคซีนนักเรียน

นางสาวไตรศุลี เปิดเผยด้วยว่า  การฉีดวัคซีนขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งสิ้น 44.7 ล้านโดส เข็มแรก 29 ล้านโดส เข็มสอง 15 ล้านโดส และ เข็มสาม 6 แสนโดส

สำหรับข้อกังวลว่า ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว ทำไมยังติดเชื้ออยู่นั้น ขอชี้แจงว่า ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่ง สอง หรือสาม ความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อโควิค-19 ก็ยังคงมีอยู่  เพราะการฉีดวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่การฉีดวัคซีน จะช่วยป้องกันความเสี่ยง ที่จะเกิดการเจ็บป่วยรุนแรง หรือการเสียชีวิตได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม