COVID-19

ฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนัง ประหยัดวัคซีน 5 เท่า ผลข้างเคียงน้อย


“หมอธีระวัฒน์” แนะเปลี่ยนทั้งประเทศ ใช้ฉีดวัคซีนชั้นผิวหนัง ได้ผลเท่ากับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ประหยัดวัคซีนห้าเท่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ชวนเปลี่ยนวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดทั้งประเทศ เป็นการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนัง แทนฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยระบุว่า

ฉีดวัคซีนชั้นผิวหนัง
“ฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ได้ผลเท่ากับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ประหยัดวัคซีนได้อย่างน้อยห้าเท่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า เป็นทางออกในเด็กและผู้ใหญ่ทุกอายุ

ในประเทศไทย การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal หรือ ID) เริ่มต้นในปี 1987 โดยพวกเราคนไทยเอง แก้ปัญหาวัคซีนไม่พอสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ดังนั้น ใช้กลวิธีฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal) โดยใช้ปริมาณ 0.1 ซีซีแทนที่จะใช้ 0.5 ซีซีหรือ 1.0 ซีซี (แล้วแต่ยี่ห้อ) เข้ากล้าม (intramuscular หรือ IM) ทั้งนี้ โดยกำหนดให้มีความแรงของวัคซีนที่ชัดเจน

นำไปสู่การใช้ในประเทศไทยในปี 1988 และนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลก จนกระทั่งยอมรับใช้ทั่วโลกในปี 1991 และการประชุมล่าสุดในปี 2017 ยังเป็นที่รับรองจนถึงปัจจุบันโดยได้ผลเท่ากันทั้งการกระตุ้นภูมิ (immunigenicity) และประสิทธิภาพในการป้องกันโรค (efficacy)

กลไกในการออกฤทธิ์ การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ของวัคซีนพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นเชื้อตาย จะผ่านกลไกที่เรียกว่า Th2 แทนที่จะเป็น Th1 และเราได้รายงานในวารสารวัคซีนในปี 2010 และบรรจุในคู่มือ WHO จนปัจจุบัน

ฉีดเข้าผิวหนัง

สำหรับวัคซีนโควิดขณะนี้ เรามีทั้งวัคซีนเชื้อตาย ชิโนแวค ชิโนฟาร์ม และฝากกับไวรัสเป็น เช่น แอสตร้า เจเจ สปุตนิก ชนิด mRNA ไฟเซอร์ โมเดนา และแบบชิ้นโปรตีนย่อย ใบยา โนวาแวกซ์

ทางที่เป็นได้

1. คนเสี่ยงสูงสุดที่ได้ซิโนแวค IM ไปแล้วสองเข็ม ต่อด้วยแอสตร้า ID 1 จุด 0.1 ซีซี (เริ่มมีข้อมูลแล้ว) และกันสายพันธุ์หลากหลายได้ และประเทศจีนมีการศึกษารายงานแล้ว

2. คนทั้งประเทศ ปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อตาย หรือชนิดอื่น

ทั้งนี้ โดยที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์แสดงว่า การฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีน mRNA ในปริมาณน้อยกว่าธรรมดา 5 ถึง 10 เท่า (10 หรือ 20 ไมโครกรัม) แทนที่จะเป็น 100 แบบ IM ได้ผลเช่นกัน

3. คนที่ได้รับการฉีดแบบเข้ากล้าม หรือ IM ไปแล้ว ฉีดให้ครบสูตรทั้งสองเข็ม ไม่สลับ IM ID ในเข็ม 1 และ 2 แต่กระตุ้น เข็ม 3 เป็น ID ได้ เช่นเดียวกันคนฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ก็ชั้นผิวหนังตลอด ทั้งเข็มหนึ่งและเข็มสอง

ถ้าได้วัคซีนมา 1,000,000 โดสก็จะกลายเป็น 10 ล้านโดส เราสามารถเก็บข้อมูลตามข้อมูล ในขณะที่เริ่มการฉีดเข้าชั้นผิวหนังได้ทันทีเลย

การฉีดวัคซีนชั้นผิวหนัง เหมือนกับการฉีดวัคซีนบีซีจี ในเด็กแรกเกิด หรือการฉีดดูปฏิกิริยาวัณโรค (tuberculon test) หรือฉีดในคนที่แพ้ฝุ่น เป็นต้น (desensitization)”

อ่านข่าวเพิ่มเติม