ดูหนังออนไลน์
COVID-19

จีนล้ำ!!พัฒนาวัคซีน mRNA ตัวแรกได้แล้ว ‘หมอเฉลิมชัย’ เผยข้อเด่นเหนือไฟเซอร์-โมเดอร์นา

“หมอเฉลิมชัย” เผย จีนประสบความสำเร็จ พัฒนาวัคซีน mRNA ตัวแรกได้แล้ว จะวางตลาดเดือนตุลาคม 2564 นี้ พร้อมเปิดจุดเด่นเหนือกว่าไฟเซอร์-โมเดอร์นา

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chalermchai Boonyaleepun เผยจีนประสบความสำเร็จ พัฒนาวัคซีน mRNA ตัวแรกได้แล้ว เปิด 3 ข้อเด่นเหนือกว่า ไฟเซอร์-โมเดอร์นา โดยระบุว่า

วัคซีน mRNA

“จีนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาวัคซีน mRNA ตัวแรกได้แล้ว จะวางตลาดเดือนตุลาคม 2564 นี้

ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศที่ใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมการระบาดของโควิด

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพียง 95,128 ราย และเสียชีวิต 4,636 ราย ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับประชากรกว่า 1,400 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม จีนก็ได้พัฒนาวัคซีนของตนเองขึ้นมาหลายชนิด ซึ่งวัคซีนหลักที่ใช้ฉีดให้กับประชาชนเป็นเทคโนโลยีเชื้อตายของ Sinovac และ Sinopharm จนกระทั่งสามารถฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมประชากรมากติดอันดับ หนึ่งในสิบประเทศแรกของโลก

ต่อมาเมื่อมีไวรัสสายพันธุ์เดลต้าระบาด และพบว่าระดับภูมิคุ้มกัน ของวัคซีนเชื้อตายสองเข็มของจีน ลดระดับลง ทำให้ป้องกันโควิดได้ไม่ดีนัก

จีน 2

ประเทศจีน ก็ได้เร่งพัฒนาวัคซีนเทคโนโลยีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง mRNA ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยผ่านการทดลองในสัตว์ทดลอง และทดลองในมนุษย์เฟสหนึ่ง/สอง

จนเมื่อพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ก็ได้เริ่มทดลองเฟสสาม ที่ประเทศเม็กซิโก และประเทศอินโดนีเซีย ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ

จนกระทั่งประกาศว่า จะสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปได้ ในเดือนตุลาคม 2564

โดยจีนได้ลงทุนไปกว่า 2600 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่มณฑลยูนาน โดยร่วมมือกันระหว่าง Academy of Military Medical Sciences กับ บริษัท Suzhou Abogen และ บริษัท Yunnan Walvax BioTech มีกำลังผลิต 200 ล้านโดสต่อปี

นพ.เฉลิมชัย1
นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

เปิดข้อเด่น วัคซีน mRNA ตัวแรกของจีน

ข้อเด่นของวัคซีนนี้ (ARCoVax) เมื่อเทียบกับวัคซีนของ Pfizer และ Moderna ก็คือ

1. เก็บรักษาง่ายกว่าคือ เก็บที่ตู้เย็นระดับ 2-8 องศาเซลเซียส ได้นานหลายเดือน และเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน 7 วัน

2. สะดวกกว่า เพราะหนึ่งหลอดหรือหนึ่งขวด จะฉีดเพียงโดสเดียว ไม่ต้องทำการเจือจางเพื่อแบ่งฉีดหลายโดสแบบของ Pfizer

3. วัคซีนมีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น จากการพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกัน (NAb) ได้สูงกว่า

วัคซีนดังกล่าว จะมาช่วยทำให้นโยบายการฉีดวัคซีนของจีนเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นคือ ใช้ฉีดกระตุ้นเข็มสาม สำหรับประชาชนจีนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายสองเข็มไปแล้ว

สำหรับประเทศไทยเราเอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้พัฒนาวัคซีนmRNA ของเราเอง ซึ่งขณะนี้เสร็จสิ้นการทดลองเฟสหนึ่งแล้ว กำลังจะเข้าสู่การทดลองเฟสสอง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเช่นเดียวกับวัคซีนของจีน คือ สามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิตู้เย็นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บที่อุณหภูมิติดลบแบบของ Pfizer และ Moderna”

อ่านข่าวเพิ่มเติม