ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘ยาแอนติบอดี ค็อกเทล’ อาวุธช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิด ‘หมอมนูญ’ ลั่น ยิ่งเร็วยิ่งรอด

“หมอมนูญ” หนุนใช้ ยาแอนติบอดี ค็อกเทล ยิ่งใช้เร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรอด ผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว หลังยอดเสียชีวิตยังสูง 

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เปิดเผยว่า เตรียมใช้ยาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ช่วยชีวิตผู้ป่วย เนื่องจากยอดผู้เสียชีวิตยังน่าห่วง

ยาแอนติบอดี ค็อกเทล

ทั้งนี้ ปัจจุบันสังคมไทยอาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน และส่วนมากผู้สูงอายุที่เข้ารับการรักษา มักได้รับเชื้อจากคนในครอบครัว ซึ่งนำเชื้อเข้ามา และสัมผัสกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ

ดังนั้น ถึงแม้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศไทย มีแนวโน้มลดลง แต่ยอดรวมผู้เสียชีวิตยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว

จากสถิติ 30 วันย้อนหลัง จะเห็นได้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่ลดลงเท่าไหร่นัก ผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงบางราย เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาจมีอาการน้อยถึงปานกลาง

แต่เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 2 หรือวันที่ 7-8 ของการติดเชื้อ อาการกลับทรุดหนักลง จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ มักจะเสียชีวิตในที่สุด

 

จากข้อสังเกตข้างต้น ยังสอดคล้องกับ สถิติของ กระทรวงสาธารณสุข ที่จำแนกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามมิติต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงด้านอายุ โดยระบุว่าช่วง 30 วันที่ผ่านมาประมาณ 10% ของยอดผู้ติดเชื้อรายวัน เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ประมาณ 60% ของยอดผู้เสียชีวิตรายวันยังเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอีกด้วย

หมอมนูญ ผู้ติดเชื้อ

ข้อมูลจากผลการทดลองทางคลินิก และข้อมูลการใช้จริงในสหรัฐอเมริกา พบว่า ยาแอนติบอดี ค็อกเทล สามารถช่วยลดระยะเวลาการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 4 วัน ลดปริมาณเชื้อไวรัสในกระแสเลือดลงได้ และลดความเสี่ยงที่โรคโควิด-19 จะลุกลามไปสู่ระดับรุนแรงได้ 70% จึงถือเป็นอาวุธสำคัญ ที่แพทย์จะพิจารณาใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว

แอนติบอดี ค็อกเทล (Antibody Cocktail) จัดอยู่ในกลุ่มยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing Monoclonal Antibodies: NmAbs) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย ได้อนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบมีเงื่อนไข ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

แอนติบอดี ค็อกเทล มีผลการศึกษายืนยันในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง หรือไม่ต้องให้ออกซิเจนเสริม และผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูง ที่โรคจะดำเนินไปสู่อาการรุนแรง ในกลุ่มต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • ผู้สูงอายุ
  • โรคอ้วน
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะความดันโลหิตสูง
  • โรคปอดเรื้อรัง รวมถึงโรคหอบหืด
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2
  • โรคไตเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรับการฟอกไต
  • โรคตับเรื้อรัง
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือภูมิคุ้มกันถูกกด

หมอมนูญ ผู้ป่วย

ทั้งนี้คาดว่า ยาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือ ยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ จะเริ่มใช้ในโรงพยาบาลเอกชนต่าง ๆ และโรงพยาบาลรัฐบาลบางแห่ง ภายในกลางเดือนกันยายนนี้ สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ชำระค่ารักษาเอง เนื่องจากยาดังกล่าวยังไม่ได้เป็นยาที่อยู่ในสิทธิการรักษาในระบบสุขภาพ

สำหรับประเทศไทย กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยง ยังได้รับวัคซีนไม่ถึง 50% อีกทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงบางราย ยังไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ดังนั้นการรักษาด้วย แอนติบอดี ค็อกเทล จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มนี้ได้ หากรีบเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุดภายใน 7 วันแรกหลังจากรับเชื้อ และจะยิ่งดีกว่า ถ้าได้รับการรักษาใน 3-4 วันแรก

อ่านข่าวเพิ่มเติม