ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ระทึกโลก!! ค้นพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์เร็วกว่าสายพันธุ์เดิมเกือบ 2 เท่า ลามแล้วหลายประเทศ

จับตา ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “C.1.2” กลายพันธุ์เร็วมากขึ้นเกือบ 2 เท่าจากสายพันธุ์เดิม ระบาดในแอฟริกาใต้กว่าครึ่งประเทศ ลุกลามแล้ว 7 ประเทศ หวั่นกระทบประสิทธิภาพวัคซีนที่มีอยู่

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chalermchai Boonyaleepun การค้นพบไวรัสก่อโรคโควิด สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ที่มีอัตราความเร็วในการกลายพันธุ์ มากเป็น 1.7-1.8 เท่าของไวรัสกลายพันธุ์ทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยระบุว่า

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

“ค้นพบไวรัสก่อโรคโควิดใหม่ล่าสุด กลายพันธุ์มากกว่าทุกสายพันธุ์เกือบ 2 เท่าตัว

จากที่ไวรัสโคโรนาลำดับที่ 7 ซึ่งก่อให้เกิดโรคโควิด-19 เป็นไวรัสสารพันธุกรรมเดี่ยว (RNA) จึงมีการกลายพันธุ์ง่ายและบ่อยเป็นธรรมชาติ

การที่โลกเราประสบปัญหามากมาย ในการควบคุมการระบาด และในการวิจัยพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด ก็มีสาเหตุมาจากไวรัสก่อโรคโควิด ที่กลายพันธุ์ง่ายและรวดเร็วนี่เอง

ในขณะนี้ไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา กลายเป็นสายพันธุ์เด่นของโลก ระบาดครอบคลุมไปเกือบทุกประเทศ และทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

วงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ต้องเร่งวิจัยพัฒนาวัคซีนรุ่นที่สองเป็นการใหญ่ เพื่อที่จะรับมือกับไวรัสเดลตา รวมทั้งไวรัสสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

การติดตามในแวดวงวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อคอยเฝ้าจับตาไวรัสกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ ที่อาจดุร้ายหรือรุนแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์เดลต้า จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง และหน่วยงานที่เรียกว่า GISAID ก็ได้ทำหน้าที่นี้มาโดยตลอด

ไวรัสใหม่

ขณะนี้ได้มีไวรัสกลายพันธุ์ เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ ตั้งชื่อว่า C.1.2 ซึ่งมีลักษณะเด่นพิเศษคือ มีอัตราความเร็วในการกลายพันธุ์ ( Mutation rate ) มากเป็น 1.7-1.8 เท่าของไวรัสกลายพันธุ์ทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในขณะนี้

ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ไวรัสที่พบสายพันธุ์ใหม่นี้ อาจมีความสามารถในการแพร่ระบาดโรค ได้กว้างขวางและรวดเร็วขึ้น มีความสามารถในการต่อต้านกับวัคซีน ทำให้มีประสิทธิผลลดลง และอาจทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยที่รุนแรงมากขึ้น

เพราะตำแหน่งของการกลายพันธุ์ มีมากมายหลายตำแหน่ง ( 190,215,484,501,655,859) ซึ่งอาจไปเกิดการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่ทำให้เกิดผลดังกล่าวได้

รายละเอียดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ดังนี้

สถาบันแห่งชาติทางด้านโรคติดต่อของแอฟริกาใต้ (NICD : National Institute for Communicable Diseases) ได้ค้นพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ( C.1.2 ) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ในระหว่างเกิดการระบาดระลอกที่สามของประเทศ

โดยมีการกลายพันธุ์มากมายหลายตำแหน่ง แตกต่างจากไวรัสสายพันธุ์ C.1 และการกลายพันธุ์นั้น ก็เพิ่มเติมและห่างไกลจากไวรัสสายพันธุ์หลักเดิมของอู่ฮั่น และไวรัสทุกสายพันธุ์ทั้งในกลุ่ม VOC และ VOI

โดยการกลายพันธุ์นั้นมีอัตรา 41.8 ตำแหน่งต่อปี หรือเกือบสองเท่า ของไวรัสสายพันธุ์อื่นที่มีการกลายพันธุ์กัน

ขณะนี้พบในประเทศแอฟริกาใต้กว่าครึ่งประเทศ และแพร่ไปประเทศต่าง ๆ อีกเจ็ดประเทศ ประกอบด้วย อังกฤษ จีน นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ คองโก และมอริเชียส

ไวรัสใหม่1

การกลายพันธุ์ในกลุ่มไวรัสที่น่าเป็นห่วง (VOC) 4 สายพันธุ์คือ อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตานั้น มีตำแหน่งของการกลายพันธุ์ น้อยกว่าของไวรัสพันธุ์ใหม่เกือบหนึ่งเท่าตัว
จึงต้องติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสชนิดนี้ต่อไปว่า

1. จะมีความสามารถในการแพร่ระบาดที่รวดเร็วกว้างขวาง จนสามารถเอาชนะไวรัสสายพันธุ์เดลต้าได้หรือไม่อย่างไร

2. การกลายพันธุ์นั้น จะพัฒนาออกไปนอกตำแหน่งปุ่มหนาม ( Spike region) หรือไม่

เพราะถ้าพัฒนาออกไปนอกปุ่มหนาม จะทำให้วัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีเน้นเฉพาะการป้องกันที่ปุ่มหนาม แทนที่จะเป็นไวรัสทั้งตัว เช่น mRNA และ Viral vector ก็จะได้รับผลกระทบต่อประสิทธิผล ที่จะลดลงเป็นอย่างมาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม