ดูหนังออนไลน์
COVID-19

เปิดเงื่อนไข ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า เฉพาะบูสเตอร์โดส เท่านั้น!!

ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า “หมอสุระ” เผยเฉพาะบูสเตอร์โดส กลุ่มฉีดซิโนแวค 2 เข็ม เหตุมีข้อมูลวิชาการรองรับ พร้อมเร่งพิจารณากลุ่มบุคลากรที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย 

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะทำงาน ด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรณีวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer) เปิดเผยว่า การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จากฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข มีการจัดสรรให้กับบุคลากรด่านหน้า เพื่อฉีดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 จำนวน 7 แสนโดส

ไฟเซอร์ 4

กรณีที่มีบุคลากรทางการแพทย์ ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็มที่ 3 ไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ตัวเลขจะอยู่ที่กรมควบคุมโรค ที่ได้มีการทำแบบสำรวจไปที่โรงพยาบาลแต่ละแห่ง ซึ่งผลสรุปออกมายังไม่ทันในการประชุมพิจารณาจัดสรร ดังนั้นที่ประชุมจึงได้อนุมัติในหลักการให้เข็ม 3 บุคลากรด่านหน้าไปจำนวนรวม 7 แสนโดส

ทั้งนี้ เมื่อได้ยอดเข้ามาชัดเจนแล้ว ส่วนต่างที่เหลือจากกรณีที่บุคลากรฉีดแอสตร้าฯ เป็นเข็มที่ 3 ไปแล้ว จะจัดสรรให้กับกลุ่มใดต่อไปนั้น จากการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) กรณีโรคโควิด 19 ที่มีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (31 ก.ค.) ที่ประชุมเห็นว่ายังมีกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการดูแลคนไข้ที่ติดโควิดได้ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ที่ถึงแม้ไม่ได้อยู่ด่านหน้าโดยตรง แต่ก็ยังมีความเสี่ยง ก็จะมีการพิจารณาตรงนี้เพิ่มเติม

“เราเสนอ ศบค.ไปว่าเข็ม 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์ด่านหน้า ศบค.ก็รับทราบแบบนั้น ก็ต้องจัดตามแบบนี้ก่อน ส่วนรอบถัดไปก็ต้องมีการผ่อนคลาย เพราะว่าคนของเราที่มีความเสี่ยงอีกเยอะ”นพ.สุระ กล่าว

ส่วนกรณีฉีดไฟเซอร์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม เนื่องจากมีการศึกษาว่า เมื่อรับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องกระตุ้นด้วยเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์โดส ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องระบุเกณฑ์ เพราะต้องอิงข้อมูลทางวิชาการ

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์
นพ.สุระ วิเศษศักดิ์

กรณีอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น เช่น กลุ่มได้รับแอสตร้าฯ ครบ 2 เข็ม หรือกลุ่มฉีดซิโนแวค 1 เข็มแล้วแอสตร้าฯเข็มที่ 2 นั้น ได้เตรียมศึกษาวิจัยเรื่องนี้แล้ว

ขณะที่ในกลุ่มบุคลากรที่ไม่ได้รับวัคซีนใด ๆ เลยนั้น อาจเพราะไม่สามารถฉีดได้ทั้งซิโนแวค หรือแอสตร้าฯ เนื่องจากอาจมีอาการข้างเคียง หรือปัจจัยอื่น ๆ ตรงนี้จะมีการพิจารณาเป็นกรณี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจตัวเลขว่า มีจำนวนเท่าไหร่ แต่โดยหลักขอเน้นฉีดให้บุคลากรด่านหน้าสำหรับบูสเตอร์ โดสก่อน เพราะมีข้อมูลวิชาการรองรับ

สำหรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ต้องมีการผสมน้ำเกลือนั้น เป็นสูตรการฉีดที่ทางไฟเซอร์กำหนดอยู่แล้ว ส่วนบุคลากรก็พร้อมที่จะฉีดด้วยเทคนิคนี้อยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมา ในการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโรคอื่น ๆ พยาบาลก็มีการผสมยากับน้ำเกลือ มีการผสมวัคซีนตัวอื่น ๆ มาก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การฉีกวัคซีนพิษสุนัขบ้า ก็ต้องมีการผสมน้ำกลั่นกับวัคซีนแห้งก่อนฉีด เป็นต้น

ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ บุคลากรมีการปฏิบัติงานอยู่แล้ว เพียงแต่ที่มีการประชุมคอนเฟอร์เรนส์กันเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจกัน ขอประชาชนอย่ากังวล พร้อมย้ำว่าการผสมน้ำเกลือ ก็เป็นข้อกำหนดการฉีดวัคซีนไฟเซอร์

อ่านข่าวเพิ่มเติม