ดูหนังออนไลน์
COVID-19

สายด่วน 1330 สปสช. ช่วยคนติดโควิดกลับบ้าน เบิกค่ารถได้

สายด่วน 1330 ช่วยผู้ป่วยโควิดที่ต้องการกลับไปรักษาตัวในภูมิลำเนา เบิกค่าพาหนะได้ อีกหนึ่งทางเลือกจากการติดต่อโรงพยาบาลโดยตรง

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ซึ่งตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งร่วมมือกับ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ปรับระบบการดูแลโดยจัดการตรวจคัดกรองเชิงรุกตั้งเป้าวันละ 10,000 ราย ผู้ที่ติดเชื้อจะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) ภายใต้การดูแลของคลินิกชุมชนอบอุ่นในพื้นที่นั้น ๆ รวมทั้งผู้ติดเชื้อที่โทรมายังสายด่วน 1330 เพื่อขอให้ประสานหาเตียงให้และยังค้างอยู่ในระบบกว่า 2,500 ราย ก็จะปรับเข้าสู่การดูแลแบบ Home Isolation ทั้งหมด

สปสช.

นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยที่ต้องการกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาหรือในต่างจังหวัด ก็สามารถดำเนินการได้ 2 ทางคือ

  • ผู้ป่วยติดต่อไปยังโรงพยาบาลโดยตรง จัดการนัดหมายเรื่องการรับส่งกันโดยตรง
  • โทรมายังสายด่วน 1330 กด 15 แล้วทาง 1330 จะประสานกับโรงพยาบาลปลายทางและจัดรถไปส่งให้

“โรงพยาบาลที่พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลับไปรักษาตามภูมิลำเนา ท่านสามารถจัดรถมารับผู้ป่วยได้ทันที และเบิกจ่ายค่าพาหนะรับส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงค่าชุด PPE และค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อมาได้ อย่างไรก็ตาม หากโรงพยาบาลไม่สามารถนำรถมารับผู้ป่วย สามารถใช้รถอาสาสมัคร รถมูลนิธิ ที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย โดย รพ.เป็นผู้เบิกค่ารับส่งต่อกับ สปสช.ได้เช่นเดียวกัน”

ขณะนี้ก็กำลังหารือกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ การรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งโรงพยาบาลบางแห่งที่สามารถจัดหารถได้ เช่น โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยมาเบิกค่าพาหนะได้

ด้าน นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมรถบัสโดยสารไว้หลายคันสำหรับรับตัวผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงกลับมาจาก กทม. โดยขณะนี้รับกลับมาแล้วประมาณ 150 คน โดยเบิกค่าใช้จ่ายด้านพาหนะต่างๆ ดังนั้นผู้ป่วย โควิด-19 ที่ต้องการกลับมารักษาตัวในภูมิลำเนาสามารถติดต่อที่โรงพยาบาลได้โดยตรงและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเดินทาง

“ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เปิดช่องให้ย้ายผู้ป่วยข้ามจังหวัดได้ ซึ่งในการย้ายผู้ป่วย เราก็คำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ผู้ป่วยหนักเราจะไม่รับกลับเพราะอาจเกิดการเสียชีวิตระหว่างทาง ส่วนผู้ที่รับกลับก็จะไม่แวะพักระหว่างทาง รวมทั้งคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งนอกจากที่โรงพยาบาลสิชลแล้ว ก็จะมีการขยายการดำเนินการในลักษณะนี้ในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป”

อ่านข่าวเพิ่มเติม: