COVID-19

‘หมอแก้ว’ ยกบทเรียนอิสราเอลฉีด ‘วัคซีนไฟเซอร์’ ยังระบาดรอบใหม่ ไม่มีวัคซีนไหนป้องกันได้ 100%

“หมอแก้ว” ลั่นไม่มีวัคซีนตัวไหน ป้องกันโควิดได้ 100% ที่สำคัญคือ ป้องกันเสียชีวิต ลดการป่วยรุนแรง ยกเคสอิสราเอล ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ยังกลับมาระบาดรอบใหม่ จากสายพันธุ์อินเดีย  ดังนั้นต้องฉีดให้ครอบคลุม ป้องกันเชื้อเล็ดรอด

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอแก้ว ผลิพัฒน์ ถึงข้อเรียกร้องให้นำวัคซีน mRNA มาใช้ป้องกันโควิด-19 ยกบทเรียนจากอิสราเอง ที่ฉีด mRNA ไฟเซอร์ ยังกลับมาระบาดได้จากสายพันธุ์เดลตา เนื่องจากคนไม่ฉีดวัคซีนแพร่เชื้อ ชี้ ไม่มีวัคซีนไหนป้องกันได้ 100% จึงต้องเน้นลดการเสียชีวิต ป่วยรุนแรง โดยระบุว่า

วัคซีนไฟเซอร์

“กรณีที่มีข้อเรียกร้องให้มีการนำวัคซีนชนิด mRNA มาใช้เพื่อเป็นเกราะ “อย่างหนา” ในการป้องกันการ “ติดเชื้อ” โควิด โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามา เช่น สายพันธุ์อินเดีย

พวกเราจำอิสราเอลได้ไหม? อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็น mRNA vaccine ของไฟเซอร์เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปีที่แล้ว และได้ทำการล็อกดาวน์ (lockdown) ด้วยเมื่อต้นเดือนมกราคม จำนวนเคสก็ลดลง ตามลำดับ จนจำนวนผู้ป่วยเริ่มราบเรียบ (flattened) ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนครึ่ง

พอถึงปลายเดือนเมษายนจำนวนผู้ติดเชื้อก็เป็นศูนย์ครั้งแรกใน 10 เดือน

ตอนนั้นอิสราเอลฉีดวัคซีนชาวบ้านได้ 61% อิสราเอลดีใจประกาศเลิกใส่หน้ากากอนามัย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนกลางเดือนที่ผ่านมา

แต่มาเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่แบนราบในระดับต่ำ จำนวนเคสต่อวันที่เป็นเลขหลักเดียว ก็เพิ่มเป็นประมาณ 300 คนต่อวันมาได้ประมาณอาทิตย์นึง ทำท่าจะเป็นแบบเดียวกับอังกฤษ ซึ่งถึงเมื่อวานนี้ (วันที่ 1 กรกฎาคม 2564) อิสราเอลฉีดวัคซีนชาวบ้าน ได้ 64%

เกิดอะไรขึ้นกับอิสราเอล? ปรากฏว่าสายพันธุ์ที่ระบาดใหม่นี้เป็นสายพันธุ์อินเดียครับ และที่สำคัญก็คือ ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เป็นสายพันธุ์อินเดียนี้ เคยได้รับวัคซีน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ครบ 2 เข็ม

10พค.63 ธนรักษ์สสส.แถลงข่าว 101 scaled e1625661038734
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์

จนตอนนี้อิสราเอลก็กำลังพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะควบคุมการระบาดนี้ โดยประกาศสั่งให้กลับมาใส่หน้ากากอนามัยกันใหม่อีกครั้ง

ทำไมอิสราเอลถึงมีการระบาด?

อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อ นำเชื้อเข้ามาแพร่ในกลุ่มนักเรียนอายุต่ำกว่า 16 ปีก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอะไรเลย และเกิดการระบาดต่อไป ในกลุ่มชาวบ้านทั่วไป

นิทานเรื่องนี้สอนอะไรเราบ้าง? ก็แบบเดิมที่ผมเคยบอกแล้ว ว่า

1. ตราบใดที่เรามีคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอยู่พอสมควร และเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ (susceptible) เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี (ในตัวอย่างนี้) พอมีเชื้อหลุดเข้ามา ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดรอบใหม่ได้ และยังสามารถแพร่ไปยังกลุ่มประชากร ที่มีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนครบแล้ว ในระดับที่สูงได้ ดังเช่น กรณีที่เกิดขึ้นในอิสราเอล เมือง Kudus และโรงพยาบาลเชียงราย

วัคซีนไฟเซอร์ e1625469326824

2. ต่อให้เราฉีดวัคซีนที่เราคิดว่าดี มันก็ไม่มีทางที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ 100% อย่างกรณีของอิสราเอล ซึ่งเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับ การระบาดของสายพันธุอินเดีย ที่เมือง Kudus ของอินโดนีเซีย หรือของไทยที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้ง ๆ ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็ม

3. ดังนั้น ความหวังที่จะไม่ให้ติดเชื้อเลย และไม่ให้มีการระบาด คงจะเป็นเรื่องยาก และระดับของ neutralizing antibody ว่าของใครจะมีมากกว่าใคร น่าจะมีความสำคัญน้อยกว่า ข้อเท็จจริงที่ว่า วัคซีนตัวไหนจะป้องกันการตาย หรือป่วยรุนแรงได้ดีกว่ากัน

ผมลอกของอาจารย์ขจรศักดิ์มาปรับนิดหน่อยครับ ด้วยความหวังว่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ปล.1: เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีข่าวจากหนังสือพิมพ์รายงานออกมาว่า วัคซีนของไฟเซอร์ในอิสราเอล มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา ในภาพรวม (ทั้งติดเชื้อที่มีอาการและไม่มีอาการ) อยู่ที่ประมาณ 64% และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยรุนแรง จากสายพันธุ์เดลต้าอยู่ที่ 93%
.
ปล.2: ส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า เกราะอย่างหนา คืออะไรนะครับ

ภาพจาก https://www.news-medical.net/…/Whats-behind-COVID-19…

อ่านข่าวเพิ่มเติม